นวัตกรรมชุมชนเป็นศูนย์กลาง กับการควบคุมยาสูบ

 

          เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2564 ศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) ได้กล่าวเปิดเสวนาวิชาการในหัวข้อ “นวัตกรรมชุมชนเป็นศูนย์กลางกับการควบคุมยาสูบ” เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก ปี 2564 ที่ชูคำขวัญว่า “เลิกสูบ ลดเสี่ยง คุณทำได้” ทางศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) ได้ร่วมมือกับ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สภาการสาธารณสุขชุมชน และศูนย์สื่อสร้างสรรค์เพื่อเด็กเยาวชนและครอบครัว DigitorThailand จัดกิจกรรมในครั้งนี้เพื่อชูประเด็นการใช้งานวิชาการมาขับเคลื่อนการทำงานภาคปฏิบัติในชุมชน

          ผศ.ดร.วรรณภา นาราเวช คณะทำงานวิชาการ ศจย. และอาจารย์ประจำคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การควบคุมยาสูบ จัดเป็นงานสาธารณสุขที่สำคัญเนื่องจากยาสูบทำให้ประชากรโลกเสียชีวิตสูงถึง 8 ล้านคนทุกปีจากโรคเรื้อรังต่าง ๆ คนที่ใช้ยาสูบ 60 % ของผู้ใช้ยาสูบ 1.3 พันล้านคนทั่วโลกต้องการเลิกใช้ยาสูบ แต่มีเพียง 30% เท่านั้น ที่สำเร็จในการเข้าถึงความช่วยเหลือการเลิกใช้ยาสูบ

         การใช้ยาสูบยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิดสูงขึ้น การวิจัยในประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่าเยาวชนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าร่วมกับยาสูบมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 สูงถึง 7 เท่า และผู้ใช้ยาสูบหากมีการติดเชื้อ จะมีความรุนแรงของโรคสูงกว่าผู้ที่ไม่ได้ใช้ยาสูบ การใช้ชุมชนเป็นศูนย์กลางในการแก้ปัญหาจึงนับเป็นกระบวนการสำคัญในการทำงานควบคุมยาสูบในภาคปฏิบัติ ซึ่งสอดคล้องไปกับกฎบัตรออตตาวาร์ ที่ว่าด้วยการส่งเสริมสุขภาพ ในเรื่องการสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง

         ดร.สุภา วิตตาภรณ์ คณะทำงานวิชาการ ศจย.และอาจารย์ประจำคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า นิยามคำว่า “ชุมชน” ตามที่องค์การอนามัยโลกได้เสนอ มิได้ถูกจำกัดเพียงพื้นที่ทางภูมิศาสตร์เท่านั้น แต่หมายรวมถึงกลุ่มคนที่มีความสนใจร่วมกันด้วย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงชุมชนรูปแบบใหม่ คือ ชุมชนออนไลน์ ซึ่งเป้าหมายการลดจำนวนผู้บริโภคยาสูบ “Commit to Quit” ไม่ว่าจะเป็นชุมชนรูปแบบใดก็ตามจะเกิดขึ้นได้ต้องความร่วมมือจากคนที่แวดล้อมผู้บริโภคยาสูบ เพื่อนร่วมงาน ครอบครัว และชุมชน ในการร่วมกันสนับสนุนให้ผู้บริโภคยาสูบปรับเปลี่ยนพฤติกรรม นอกจากนี้ยังต้องอาศัยหน่วยงานในชุมชนท้องถิ่นร่วมสนับสนุนทรัพยากรต่างๆ ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของการตระหนักถึงปัญหาร่วมกัน

         อ.ดร.ปริญญา จิตอร่าม กรรมการสภาการสาธารณสุขชุมชน กล่าวว่า วิชาชีพสาธารณสุขชุมชน จะมุ่งเน้นการทำงานเพื่อแก้ปัญหาสุขภาพของคนในพื้นที่ ซึ่งปัญหาเรื่อง ยาสูบ ก็นับเป็นปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการเข้าถึงของเยาวชน เพราะยาสูบเป็นประตูที่นำไปสู่การใช้ยาเสพติดอื่นๆ ปัญหาเรื่องควันบุหรี่มือสอง ยิ่งในสถานการณ์โควิด 19 ที่กำลังเป็นปัญหาของประเทศไทย ยาสูบเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ติดเชื้อง่ายและสร้างความรุนแรงของอาการให้เกิดขึ้นแก่ร่างกายของผู้ได้รับเชื้อ

         ดังนั้น ทักษะที่สมควรมีการพัฒนาให้เกิดขึ้นกับ นักสาธารณสุขชุมชน คือ ทักษะการบำบัดการเสพติดยาสูบ การสร้างองค์ความรู้ด้านกฎหมายควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ เพื่อนำไปสร้างความเข้าใจและใช้ในการดำเนินงานวิชาชีพกับชาวบ้านในชุมชน อันเป็นการแก้ปัญหาการควบคุมยาสูบในพื้นที่ให้เกิดความยั่งยืนต่อไปในอนาคต

          คุณ ฮาริส มาศชาย ผู้จัดการโครงการนักสื่อสารดิจิทัลสร้างสรรค์สื่อปลอดบุหรี่ DigitorThailand ศูนย์สื่อสร้างสรรค์เพื่อเด็กเยาวชนและครอบครัว กล่าวว่า สังคมออนไลน์ ก็จัดเป็นชุมชนรูปแบบหนึ่ง ที่ขณะนี้มีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตของคนในยุคปัจจุบัน ที่ผ่านมา โครงการ นักสื่อสารดิจิทัลสร้างสรรค์สื่อปลอดบุหรี่ หรือ DigitorThailand ภายใต้ สำนัก 6 สำนักสร้างสรรค์โอกาส สสส. ได้เปิดโอกาสและสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่ในพื้นที่ภาคใต้ จำนวนมากกว่า 175 คน จาก 34 กลุ่ม กระจายใน 10 จังหวัดของภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงจากข้อมูลอัตราการลดสูบบุหรี่น้อยที่สุด ได้ผลิตสื่อและได้เผยแพร่ จำนวน 244 ชิ้น/ผลงาน โดยมีข้อมูลการเข้าถึง จำนวน 4,306,235 ครั้ง ยอดการถูกใจ Like จำนวน 166,044 ครั้ง ยอดการแชร์ Share จำนวน 15,965 ครั้ง และ ยอดการแสดงความคิดเห็น จำนวน 3,924 ครั้ง ซึ่งทุกข้อมูลมีจำนวนสูงกว่าที่ตั้งไว้ในตัวชี้วัดของผู้ที่ได้รับข้อมูลข่าวสารจากสื่อสุขภาวะของโครงการในการสร้างให้เกิดการรับรู้และมีทัศนคติเชิงบวกทางสุขภาวะที่ดีเพิ่มมากขึ้น

         โดยผลจากการประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพ ของนักสื่อสารดิจิทัลสร้างสังคมปลอดบุหรี่พบว่า ร้อยละ 78.6 มีคุณลักษณะของความเป็นนักสื่อสารที่มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ สามารถผลิตสื่อสร้างสรรค์เพื่อสร้างนิเวศสื่อเทคโนโลยดิจิทัลในการสร้างสังคมปลอดบุหรี่ มีความรู้เท่าทันสื่อและความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) โดยเฉพาะในทักษะการตัดสินใจที่สามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ความสามารถในการเปรียบเทียบเทียบข้อมูล เป็นทักษะสำคัญในการรู้เท่าทันสื่อ และสามารถนำสู่การจัดการความรู้ด้านสุขภาพ โดยเฉพาะการร่วมสร้างสังคมปลอดบุหรี่ ที่ถือว่าเป็นเป้าหมายสำคัญในการสร้างนิเวศน์สื่อปัจจุบันที่ส่งผลต่อการรับรู้สุขภาพโดยตรง