คณะสาธาฯ มน. พัฒนาบอร์ดเกมรางวัลชนะเลิศ สอดแทรกความรู้พิษภัย อันตรายของบุหรี่

         

          ในช่วงที่ผ่านมา ทีมนิสิตสาขาวิชาอนามัยชุมชน ชั้นปีที่ 3 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับรางวัลชนะเลิศ อันดับที่ 1 พร้อมทุนพัฒนาต่อยอดนวัตกรรม/โครงการฯ จำนวน 10,000 บาท จากผลงาน “โครงการบอร์ดเกมเสริมสร้างการรับรู้อันตรายของบุหรี่ไฟฟ้า และฝึกทักษะการปฏิเสธการใช้บุหรี่ไฟฟ้าของนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร” ประเภทนวัตกรรมหรือโครงการต้นแบบที่มีการริเริ่มออกแบบใหม่และมีความเป็นไปได้ในการนำไปใช้จริง ในการประกวดนวัตกรรมหรือโครงการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาปลอดบุหรี่ ประจำปี 2564 จัดโดย เครือข่ายวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่

          ล่าสุด ทีมข่าวของสถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ร่วมพูดคุยกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จักรพันธ์ เพ็ชรภูมิ ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา และอาจารย์ประจำสาชาวิชาอนามัยชุมชน คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร มาติดตามรายละเอียดด้วยกันเลย

  • ที่มา ของ “โครงการบอร์ดเกมเสริมสร้างการรับรู้อันตรายของบุหรี่ไฟฟ้า และฝึกทักษะการปฏิเสธการใช้บุหรี่ไฟฟ้าของนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร”

          ที่มาของบอร์ดเกมนี้เป็นผลผลิตจากชิ้นงานที่มอบหมายในรายวิชาสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์ ของนิสิตชั้นปีที่ 3 หลักสูตรอนามัยชุมชน ที่ต้องการให้นิสิตนำทฤษฎีเกี่ยวกับพฤติกรรมสุขภาพที่เรียนในรายวิชานี้มาประยุกต์ใช้ออกแบบแผนสุขศึกษาและสร้างสรรค์สื่อการสอนที่มีประสิทธิผล ซึ่งผลงานบอร์ดเกมชิ้นนี้ก็เป็นหนึ่งในผลงานของนิสิตกลุ่มหนึ่งในสามสิบกลุ่ม  แต่เป็นกลุ่มเดียวที่สนใจหยิบยกปัญหาการสูบบุหรี่ของนิสิตในมหาวิทยาลัยนเรศวรขึ้นมาทำเป็นแผนการให้สุขศึกษา ต่อมาผมและนิสิตได้ส่งบอร์ดเกมชิ้นนี้เข้าร่วมประกวดในโครงการพัฒนานวัตกรรมเพื่อสถาบันอุดมศึกษาปลอดบุหรี่ ในประเภทนวัตกรรมหรือโครงการต้นแบบ ( Prototype ) ที่มีการริเริ่มออกแบบใหม่และมีความเป็นไปได้ในการนำไปใช้จริง ซึ่งจัดโดยเครือข่ายวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ และได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศในปีนี้

  • เหตุผลที่ต้องเลือกเป็นบอร์ดเกม ในโครงการฯ นี้

          ก่อนอื่นต้องเรียนให้ทราบถึงบริบทของการสื่อสารถึงพิษภัยของบุหรี่ในกลุ่มนักศึกษาที่ผ่านมานั้น ส่วนใหญ่เน้นไปที่การสื่อสารทางเดียว เช่น ใช้สปอร์ตโฆษณาหรือรณรงค์จากส่วนกลางผ่านโทรทัศน์ และออนไลน์ และการเผยแพร่ความรู้ผ่านโปสเตอร์ แผ่นพับ และป้ายประชาสัมพันธ์  ซึ่งเราก็ทราบกันดีว่าวิธีการสื่อสารแบบนี้ไม่เอื้อให้เกิดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิผลมากนัก ดังนั้น นิสิตกลุ่มนี้จึงเลือกใช้บอร์ดเกม ประเภทเกมส์เศรษฐีมาเป็นสื่อการให้สุขศึกษา  เพราะเป็นการสื่อสารแบบหลายทิศทาง ที่เน้นการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เล่น สนุกสนาน ท้าทาย และสามารถดัดแปลงเพื่อสอดแทรกข้อมูลความรู้เกี่ยวกับพิษภัยและอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้าได้ง่าย ซึ่งนิสิตส่วนใหญ่ก็เคยเล่นบอร์ดเกมมาก่อนจึงทำให้เข้าใจและคุ้นชินกติการการเล่นเกมส์ได้รวดเร็ว  ซึ่งประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะในต่างประเทศก็มีผลงานวิจัยที่ทดลองใช้บอร์ดเกมมาเป็นสื่อในการให้สุขศึกษามาพอสมควรและยืนยันว่า สามารถใช้บอร์ดเกมเพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้ด้วยตนเอง ยกระดับการคิด การตัดสินใจ การแก้ไขปัญหา และสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องและนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพได้จริง

  • หลักทฤษฎีทางด้านพฤติกรรมสุขภาพ ที่นำมาประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์บอร์ดเกมนี้

           บอร์ดเกมนี้นิสิตชั้นปีที่ 3 ได้ประยุกต์ความรู้เกี่ยวกับ ทฤษฎีพฤติกรรมสุขภาพพื้นฐาน ที่ได้จากรายวิชาสุขศึกษาและพฤติศาสตร์ที่เรียนในชั้นเรียน โดยเขาเลือกใช้ทฤษฎีแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ ที่เชื่อว่าหากบุคคลได้รับรู้ภัยคุกคามสุขภาพของตนเองที่เกิดจากการมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมก็มีโอกาสที่บุคคลนั้นจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองให้ถูกต้องและเหมาะสมได้  ซึ่งในที่นี้ภัยคุกคามสุขภาพก็คือบุหรี่ไฟฟ้า ดังนั้น การที่ป้องกันและลดละเลิกการใช้บุหรี่ไฟฟ้าจึงต้องทำให้นิสิตมีการรับรู้ที่ถูกต้องตามองค์ประกอบของทฤษฎีนี้ กล่าวคือ รับรู้โอกาสเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบต่อสุขภาพจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้า เช่น การเกิดโรค Evali การเกิดโรคหัวใจหยุดเต้นแบบเฉียบพลัน การบาดเจ็บจากการระเบิด และโรคต่างเหล่านี้จะก่อให้เกิดความรุนแรงต่อตนเองและครอบครัวตามมา เช่น บาดเจ็บ พิการ เสียชีวิต เสียเงิน หรือเสียโอกาสในการเรียน และทำงาน  พร้อม ๆ กับต้องให้นิสิตได้รับรู้ถึงประโยชน์ของการไม่ใช้บุหรี่ไฟฟ้า และรับรู้ถึงวิธีการขจัดอุปสรรคของการเลิกใช้บุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งในส่วนนี้ทั้งหมด เราออกแบบให้ผู้เล่นเกมส์ได้เรียนรู้ผ่านการ์ดคำถามซึ่งเป็นหัวใจหลักของการเล่นบอร์ดเกมนี้

          นอกจากนี้ การสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องเพียงอย่างเดียวยังอาจไม่เพียงพอที่จะทำให้นิสิตไม่สนใจที่จะทดลองใช้หรือเลิกใช้บุหรี่ไฟฟฟ้าได้สำเร็จ เพราะบุหรี่ไฟฟ้าที่เข้ามาหานิสิตส่วนใหญ่จะมีลักษณะเย้ายวนใจผ่านการเชื้อเชิญของคนใกล้ตัว เช่น เพื่อนสนิท คนรัก และคนในครอบครัว ดังนั้น เรายังต้องทำให้ผู้เล่นเกมเกิดความเชื่อมั่นว่าตนเองจะสามารถเผชิญต่อภัยคุกคามและความเย้ายวนใจของบุหรี่ไฟฟ้าได้ เราจึงมีการ์ดคำถามเพิ่มมาอีกหนึ่งกองเพื่อให้ผู้เล่นเกมได้ฝึกใช้ทักษะการปฏิเสธในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่กำหนด เช่น หากมีเพื่อนสนิทมาชวนให้ทดลองใช้บุหรี่ไฟฟ้าท่านจะปฏิเสธอย่างไร, หากคนรักของท่านชวนให้ท่านใช้บุหรี่ไฟฟ้าท่านจะทำอย่างไร เป็นต้น ซึ่งหลักการปฏิเสธนิสิตส่วนใหญ่ก็ได้เรียนรู้กันมาแล้วในรายวิชาทักษะชีวิต ซึ่งเป็นวิชาพื้นฐานของมหาวิทยาลัยนเรศวร เช่น การปฏิเสธอย่างจริงจัง การปฏิเสธซ้ำ ๆ  การใช้ข้ออ้างหรือการต่อรองขอความเห็นใจ และการออกจากสถานการณ์นั้น ๆ

          ทั้งนี้ การที่ทำให้ผู้เล่นเกมส์มีประสบการณ์ตรงสามารถปฏิเสธการใช้บุหรี่ไฟฟ้าได้สำเร็จ ตรงนี้ที่จะทำให้เขามีถ้อยคำหรือ Dialogue ในใจที่สามารถระลึกถึงและนำออกมาใช้ได้จริงเมื่อต้องเผชิญกับการเชิญชวนให้ทดลองใช้บุหรี่ไฟฟ้า หรือปัจจัยเสี่ยงที่เย้ายวนใจอื่น ๆ ในอนาคตได้

  • เหตุผลที่ต้องเลือกเป็นประเด็นบุหรี่ไฟฟ้า

         

          ทั้งนี้ ก็เพราะบุหรี่ไฟฟ้ากำลังเป็นปัญหาของนิสิต มน. ของเรา  จากผลการวิจัยของผมและคณ ะพบว่า จากนิสิตจำนวนทั้งหมดที่สำรวจ 792 คน พบว่า ประมาณ 1 ใน 5 หรือร้อยละ 18 ที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าในรอบ 30 วันที่ผ่านมา และที่น่ากังวลมากกว่านั้น คือนิสิตที่เป็นกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ยังมีการรับรู้ที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้า โดยนิสิต  72% เชื่อว่าบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่แบบมวน 59% ยังไม่รู้ว่าบุหรี่ไฟฟ้าใช้ในที่สาธารณะไม่ผิดกฎหมาย และ 52% เชื่อว่าบุหรี่ไฟฟ้าช่วยเลิกบุหรี่ได้ ซึ่งผลการวิเคราะห์ทางสถิติยืนยันว่า นิสิตที่มีการรับรู้ที่ไม่ถูกต้องใน 3 ลักษณะดังกล่าวจะมีโอกาสใช้บุหรี่ไฟฟ้ามากกว่านิสิตที่มีการรับรู้ที่ถูกต้องถึง 3 เท่า

          จากผลการวิจัยนี้สรุปว่า บุหรี่ไฟฟ้ากำลังเป็นภัยคุกคามสุขภาพของนิสิต มน. ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากยังมีการรับรู้ที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่มหาวิทยาลัย คณาจารย์ และนิสิตต้องร่วมมือกันในการสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องเพื่อนำไปสู่การลดโอกาสการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มนิสิต มน. ต่อไป

  • การเตรียมพัฒนาต่อยอดโครงการฯ และการนำไปใช้ในกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ

         

         เนื่องจากบอร์ดเกมนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศในประเภทนวัตกรรมต้นแบบ ที่เป็นเพียงร่างไอเดียแต่ยังไม่ได้ถูกนำไปใช้จริง ซึ่งนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลนี้ ทางโครงการพัฒนานวัตกรรมเพื่อสถาบันอุดมศึกษาปลอดบุหรี่ซึ่งเป็นผู้มอบรางวัลจะให้งบประมาณสนับสนุนในการสร้างนวัตกรรมต้นแบบนี้เพื่อนำไปทดลองใช้จริงเพื่อให้ทราบผลการใช้นวัตกรรมนี้ภายในปี 2564 ซึ่งในขณะนี้ได้อยู่ระหว่างการผลิตนวัตกรรมออกมาเป็นชิ้นงานจริง และมีแผนที่จะเชิญชวนให้นิสิตจากทุกคณะทดลองเล่นบอร์ดเกมนี้ โดยจะจัดการแข่งขันบอร์ดเกมขึ้น คาดว่าจะได้ทีมตัวแทนของแต่ละคณะมาแข่งขันในรอบสุดท้ายเพื่อหาทีมชนะเลิศของมหาวิทยาลัยนเรศวร  โดยในขั้นนี้ก็จะมีการเก็บข้อมูลเพื่อวัดผลของบอร์ดเกมใน 5 ประเด็น คือ การรับรู้อันตรายต่อสุขภาพของบุหรี่ไฟฟ้า การรับรู้โอกาสการเสพติดนิโคตินจากบุหรี่ไฟฟ้า การรับรู้โอกาสการเกิดภัยพิบัติ เช่น ไฟไหม้ การระเบิดของบุหรี่ไฟฟ้า การรับรู้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้า และทักษะการปฏิเสธการใช้บุหรี่ไฟฟ้า ของผู้เล่นบอร์ดเกมทุกคน

         ทั้งนี้ หากผลของนวัตกรรมบอร์ดเกมนี้สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกได้จริง เราก็มีแผนจะกระจายนวัตกรรมชิ้นนี้ให้มีการนำไปใช้อย่างสอดคล้องกับวิถีชีวิตจริงของนิสิตได้อย่างแพร่หลายมากขึ้น เช่น ตามหอพักของนิสิต สโมสรนิสิตทุกคณะ รวมถึงมีแผนที่จะกระจายนวัตกรรมนี้ไปถึงนักเรียนมัธยมสาธิต มน.

  • มุมมองความเห็นทางวิชาการ หรือการศึกษาที่มีข้อมูลเชิงประจักษ์ เกี่ยวกับความเกี่ยวข้องระหว่างบุหรี่และโรคโควิด 19

          ในขณะนี้เริ่มมีผลงานวิจัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการใช้บุหรี่ไฟฟ้ากับการติดเชื้อโควิดมากขึ้น โดยสรุปพบว่า การใช้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นพฤติกรรมเสี่ยงที่เพิ่มโอกาสการติดเชื้อ ทั้งจากการใช้มือจับบุหรี่ไฟฟ้าซึ่งมีโอกาสสูงมากที่จะสัมผัสน้ำลายที่อาจมีเชื้อโควิดและแพร่กระจายเชื้อได้  รวมถึงการใช้บุหรี่ไฟฟ้าร่วมกันก็มีโอกาสติดเชื้อโควิด-19 ทางน้ำลายได้มากขึ้น ซึ่งประเด็นนี้น่าเป็นห่วงเมื่อผลงานวิจัยของนิสิตปริญญาเอกของคณะสาธารณสุขพบว่านักศึกษาที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าส่วนใหญ่จะใช้ร่วมกันในกลุ่มเพื่อน มากกว่าที่จะซื้อหาเป็นของตนเองเพราะยังมีราคาค่อนข้างแพง

          นอกจากนี้ การใช้บุหรี่ไฟฟ้าซึ่งส่วนใหญ่มีสารนิโคติน โลหะหนักและสารพิษอื่น ๆ จำนวนมาก ที่มีผลเสียทำให้ปอดมีประสิทธิภาพในการทำงานลดลง จึงทำให้ไม่สามารถกำจัดเชื้อโควิด-19 ได้ ในขณะเดียวกันก็ไปเพิ่มเอมไซม์ ACE-2 ให้สูงขึ้นซึ่งเท่ากับเป็นการเพิ่มตัวรับเชื้อจึงช่วยให้ไวรัสเข้าสู่เซลล์ปอดได้ง่าย สะท้อนได้จากผลการสำรวจในประเทศจีนและสหรัฐอเมริกาที่พบว่าคนที่สูบบุหรี่มีโอกาสเสี่ยงติดโควิด-19 สูงกว่าคนไม่สูบบุหรี่  และคนที่สูบบุหรี่มีโอกาสเสียชีวิตสูงกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่

          สุดท้ายนี้ผมขอฝากว่าในวันที่ 31 พฤษภาคม ของทุกปีเป็นวันงดสูบบุหรี่โลก ซึ่งในปีนี้ใช้คำขวัญว่า เลิกสูบ ลดเสี่ยง คุณทำได้  ก็ขอเชิญชวนให้ทุกครัวเรือนร่วมเป็นกำลังใจให้กับคนที่เรารักที่กำลังสูบบุหรี่อยู่ อาจใช้วันดีดีวันนี้เป็นวันเริ่มต้นการเลิกสูบบุหรี่ ซึ่งก็เท่ากับว่า ช่วยให้ตนเองและครอบครัวลดโอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อโควิดนี้ นอกจากนี้ในระยะยาวยังส่งผลดีต่อสุขภาพ และคุณภาพชีวิตที่ดีของท่านและครอบครัวอีกด้วย หากต้องการคำปรึกษาให้โทรไปสายด่วน 1600 หรือหากอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยนเรศวรก็สามารถมาขอคำปรึกษาได้ที่ศูนย์ให้คำปรึกษาช่วยเลิกบุหรี่ครับ” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จักรพันธ์ เพ็ชรภูมิ อาจารย์ประจำสาชาวิชาอนามัยชุมชน คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวฝากทิ้งท้าย