รู้เอาไว้กับวิธีการเสพข่าว COVID-19 เพื่อที่เราจะได้ไม่วิตกกังวลเกินไปกับสถานการณ์

          ผลกระทบจากสถานการณ์ข่าวการกลับมาเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ระลอกใหม่หลังเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ทำให้หลายๆคนมีความรู้สึกกวิตกกังวล และกลัวเพิ่มมากขึ้นกับการใช้ชีวิต

          ผศ.ดร.กันตพัฒน์ อนุศักดิ์เสถียร อาจารย์ประจำภาควิชาจิตวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่าขณะนี้สถานการณ์ของการเชื้อ COVID-19 นั้นเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ จนทำให้หลายคนที่ เสพข่าวสารข้อมูลเกิดอาการต่างๆ ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจจากการเสพข่าวการติดเชื้อที่เกิดขึ้น กับตัวเองโดยที่เราไม่รู้ตัว  เช่น บางคนอาจเคยไปในสถานที่เสี่ยงต่อโรค ตามร้านอาหาร ร้านกาแฟ จากข้อมูลตาม Time line ของผู้ติดเชื้อ และคิดว่าตนเองได้ติดเชื้อไปแล้วจากการไปพื้นที่เดียวกัน และยิ่งถ้าตามเข้าไปอ่านคอมเม้นต์จากคนทั่วไปที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญแล้วด้วย  เราจะได้แต่ข้อมูลที่จะยิ่งทำเราให้เกิดความรู้สึก กลัว วิตกกังวล โกรธ และสุขภาพจิตของเราจะยิ่งแย่ไปด้วย

          อาการผลจากการเสพข่าวสารการแพร่ระบาดของ COVID-19 นั้น หลายคนอาจจะเคยเกิดอาการทางร่างกายและจิตใจต่างๆ ร่วมไปด้วยแบบไม่รู้ตัว  เช่น  กระวนกระวาย อ่อนเพลีย หงุดหงิด ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ไม่มีสมาธิ มีปัญหาการนอนหลับ หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น เหงื่อออก เจ็บหน้าอก รู้สึกสำลัก เวียนหัว คลื่นไส้หรือท้องปั่นป่วน หนาวสั่นหรือร้อนวูบวาบ มีความคิดวิตกกังวลที่มีการคิดซ้ำๆ มีปัญหาพฤติกรรมและสัมพันธภาพกับผู้อื่น  รวมถึงมีการตอบสนองต่อความคิดด้วยการทำพฤติกรรมซ้ำๆ เช่น กลัวว่าจะติดโรค จึงทำการล้างมือบ่อยๆ ใช้เจลแอลกอฮอล์ตลอดเวลา ซึ่งถ้าหากเราอยู่ในสภาวะของอาการที่เกี่ยวข้องกับความวิตกกังวล ใบแบบที่กล่าวมานี้ไปนานๆ หลายสัปดาห์ อาจจะทำให้เกิดโรคทางจิตเวชได้ เช่น

  1. โรควิตกกังวลทั่วไป คือ การมีความกังวลในเรื่องชีวิตประจำวันทั่วๆไปนานและมากเกินไป เช่น เรื่องงาน ครอบครัว หรือเรื่องเล็กๆน้อยๆ ทำให้มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

  2. โรคแพนิก คือ การที่อยู่ดีๆเกิดอาการกลัวและวิตกกังวลขึ้นมาเป็นพักๆโดยไม่มีสาเหตุหรือมีอาการ

  3. โรคกลัวแบบเฉพาะเจาะจง (โรคโฟเบีย) คือ การกลัวมากเกินไปเกี่ยวกับบางสิ่งบางอย่าง สถานการณ์บางอย่างหรือกิจกรรมบางอย่างที่เฉพาะเจาะจง เช่น กลัวเชื้อโรค กลัวสกปรก กลัวที่แคบ

  4. โรคย้ำคิดย้ำทำ คือ ความคิดวิตกกังวลที่มีการคิดซ้ำๆและมีการตอบสนองต่อความคิดด้วยการทำพฤติกรรมซ้ำๆ เช่น การล้างมือบ่อยๆ การล็อคประตูบ้าน

         สำหรับการติดตามข่าวสาร การแพร่ระบาดของ  COVID-19 ให้ห่างไกลจากความวิตกังวลนั้น มีข้อมูลจากกรมสุขภาพจิต แนะให้ใช้หลัก 5 วิธีที่ควรปฏิบัติ ได้แก่

  1. แบ่งเวลาติดตามข่าวสารบ้านเมืองอย่างพอดี โดยการใช้เวลาในติดตามข่าวสารกับข้อมูลนั้นไม่ควรติดตามต่อเนื่องนานเกิน 2 ชั่วโมงขึ้นไป เพราะจะทำให้จิตใจไม่สงบ รู้สึกเครียด และวิตกกังวลมากขึ้น ถ้าหากรู้ตัวได้เร็ว ก็ให้หากิจกรรมอื่นๆ มาทำเพื่อ เบี่ยงเบนความคิดและความสนใจ เพราะถ้าหากว่าเรายิ่งเสพข้อมูลข่าวสารนั้นต่อไปเรื่อยๆ จะทำให้เรายิ่งกลัว และวิตกกังวลเพิ่มมากขึ้น

  2. ทำกิจวัตรประจำวันในแต่ละวันของตนเองให้เป็นปกติ หันเหความสนใจจากข่าวสารไปเรื่องอื่น ละเว้นการรับรู้ข่าวสารบ้านเมือง การเจ็บป่วย และการแพร่ระบาดของโรคบ้าง โดยหันไปทำหน้าที่ของตนเอง เรียนหนังสือ การทำงาน และการให้เวลากับครอบครัว ทำกิจกรรมที่ชอบ

  3. ไม่ดูข่าวหรือรับข้อมูลข่าวสาร เรื่องการเจ็บป่วย หรือจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 เพียงเรื่องเดียว ควรมีความเข้าใจ และเปิดกว้างและรับข้อมูลข่าวสารที่แตกต่างมีความหลากหลาย เช่น ข่าวความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ข้อมูลเรื่อง อาหาร  สุขภาพ บันเทิง  และวัฒนธรม

  4. ควรจะนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง ซึ่งการพักผ่อนจะทำให้ ร่างกายมีความสงบและได้พักผ่อน กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์

  5. การผ่อนคลายความวิตกกังวล โดยการสนใจในการทำกิจกรรมอื่นๆที่ไม่ใช่การเสพข้อมูลข่าวสาร เช่น การทำกิจกรรมกับคนในครอบครัว ทำความสะอาดบ้าน หรือ ทำงานอดิเรก เช่น การออกกำลังกาย ฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ฝึกโยคะ เล่นกับสัตว์เลี้ยง ปลูกต้นไม้ เป็นต้น

         สำหรับการรับรู้ข่าวสารและการติดตามสถานการณ์ COVID-19 อย่างใกล้ชิดนั้นเป็นเรื่องที่ดี ที่เราจะปกป้องดูแลสุขภาพของตัวเราเองและคนที่เรารัก แต่หากรับรู้ข้อมูลข่าวสารมากเกินไปจะทำให้เกิดความไม่สบายใจ ซึ่งข่าวบางข่าวก็อธิบายเหตุผลได้ไม่ครบ 100% เราจึงต้องมีสติ และเข้าใจในการรับรู้ข่าวสารที่จะไม่ทำให้ตนเองไม่สบายใจ  หรือต้องเจ็บป่วยด้วยโรคทางจิตเวชเพิ่มขึ้นอีก หากอาการยังไม่ดีขึ้น เช่น มีอาการความวิตกกังวลที่รุนแรง ควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้ สามารถขอรับบริการปรึกษาที่สถานบริการสาธารณสุขที่อยู่ใกล้บ้าน หรือโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อหาทางแก้ไขที่เหมาะสมต่อไป

 

อ้างอิง

https://www.dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=30477

https://www.bumrungrad.com/th/conditions/anxiety-disorder