เสี่ยงต่อสุขภาพ!! การสูบเอาควัน กรณี “ยาสูบผสมกัญชา”

         

          ดร.วศิน พิพัฒนฉัตร ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) และอาจารย์ประจำคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า “การใช้กัญชา ควรใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์เพื่อการบำบัดรักษาโรค ไม่สมควรนำมาสูบเอาควันเพื่อสันทนาการโดยผิดวัตถุประสงค์ สถาบันยาเสพติดแห่งชาติและสมาคมปอดแห่งสหรัฐอเมริกา มีการเผยแพร่ข้อมูลที่สอดคล้องกันว่า การสูบเอาควันกัญชาเพียงอย่างเดียว มีผลต่อระบบทางเดินหายใจ อาจทำให้เกิดอาการไออย่างหนักในระหว่างการใช้งาน

          นอกจากนี้ ยังมีระดับของสารเคมีและน้ำมันดินที่คล้ายกับควันบุหรี่ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งและโรคปอด การสูบเป็นประจำจะนำไปสู่โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังและอาจทำให้ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอเสี่ยงต่อการติดเชื้อในปอดได้ง่ายขึ้น และยิ่งน่ากังวลมากขึ้นหากในกรณีที่มีการสูบกัญชาผสมยาสูบ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการสูบผ่านน้ำหรือการพันลำสูบ มีผลการวิจัยในต่างประเทศถึงผลของการใช้กัญชาร่วมกับยาสูบว่า ส่งผลต่อการตัดสินใจไม่เลิกใช้ยาสูบ ในต่างประเทศมีการใช้ใบยาสูบห่อกัญชาทำให้การใช้ยาสูบเป็นเรื่องปกติและน้อยคนที่จะคิดว่าเป็นการใช้ยาสูบ

          สถาบันยาเสพติดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มหาวิทยาลัยแห่งวอชิงตัน ในสหรัฐยังได้มีการกล่าวถึงความเสี่ยงที่เกิดจากการใช้กัญชาร่วมกับยาสูบว่า การใช้กัญชาร่วมกับยาสูบ ส่งผลต่อการเลิกกัญชาได้ยากขึ้น เมื่อเทียบกับการเสพกัญชาเพียงอย่างเดียว พบโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจมากขึ้นกว่าการบริโภคยาสูบแต่เพียงอย่างเดียว เสี่ยงต่อการได้รับสารพิษเพิ่มขึ้นและการได้รับคาร์บอนมอนอกไซด์สูงกว่าผู้ใช้ยาสูบเพียงอย่างเดียว มีผลต่อการเรียนรู้และความจำ เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้กัญชาแต่เพียงอย่างเดียว และการใช้งานร่วมกันระหว่างกัญชาและยาสูบในระหว่างตั้งครรภ์เพิ่มความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด มากกว่าการใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง” ดร.วศิน กล่าว

          ดร.วศิน กล่าวทิ้งท้ายอีกว่า พืชสมุนไพร มีประโยชน์แต่การใช้ประโยชน์นั้นต้องใช้ให้ถูกกับโรคถูกวิธี ไม่สมควรนำมาใช้อย่างผิดวัตถุประสงค์ซึ่งเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพที่อาจจะเกิดขึ้นได้