นิสิต ป.เอก คณะวิทย์แพทย์ มน. ศึกษาต่อยอดพรมมิ และยาหอมนวโกฐ ในกลุ่มผู้สูงอายุ

         

          รศ.ดร. กรองกาญจน์  ชูทิพย์ อาจารย์ประจำภาควิชาสรีรวิทยา คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ตัวแทนอาจารย์ที่ปรึกษา นายณฐกร คำแก้ว นิสิตปริญญาเอก และนางสาวอัญจรีย์ อินจันทร์ นิสิตปริญญาเอก คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เล่าให้ฟังถึงความรู้สึก เป้าหมายของหลักสูตรการเรียน การสอน และข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับผลงานดังกล่าว มาติดตามกัน

ความรู้สึกของอาจารย์ที่ปรึกษา (รศ.ดร. กรองกาญจน์  ชูทิพย์ อาจารย์ประจำภาควิชาสรีรวิทยา คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร)

          “แน่นอนเราก็รู้สึกยินดีและดีใจกับลูกศิษย์ที่ได้รับรางวัลถึง 2 คนเลย คนนึงเป็นหลักสูตรวิทยาศาสตร์การแพทย์ แล้วก็อีกคนหนึ่งอยู่ในหลักสูตรสรีรวิทยา ทั้ง 2 หลักสูตร เป็นหลักสูตรของคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ฉะนั้นเขาก็เป็นตัวแทนหลักสูตรแล้วก็เป็นตัวสะท้อนคุณภาพของหลักสูตร ฉะนั้นเราก็ยินดีและดีใจมาก ๆ เลยกับรางวัล 2 ชิ้นนี้ค่ะ”

ความรู้สึกที่ได้รับรางวัลชมเชย (นางสาวอัญจรีย์ อินจันทร์ นิสิตปริญญาเอก)

          “รู้สึกดีใจและภูมิใจที่งานวิทยานิพนธ์ของตัวเองเป็นที่ยอมรับและก็ได้เผยแพร่ให้คนอื่นได้รู้ถึงงานตัวเองด้วยค่ะ”

ความรู้สึกที่ได้รับรางวัลระดับดี นายณฐกร คำแก้ว นิสิตปริญญาเอก

          “มีความรู้สึกภูมิใจแล้วก็ดีใจนะครับ ที่เราสามารถที่จะสร้างนวัตกรรมให้เป็นที่รู้จักและเผยแพร่ผลงานให้กับผู้คนอื่น ๆ ได้รับรู้ครับ”

เป้าหมายของการเรียนการสอนในหลักสูตร (รศ.ดร. กรองกาญจน์  ชูทิพย์ อาจารย์ประจำภาควิชาสรีรวิทยา คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร)

          “เป้าหมายของการจัดการเรียนการสอนของทุกหลักสูตรไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรอะไร คือ หนึ่งในนั้นคือการสร้างคนที่มีคุณภาพ แล้วถ้าเป็นระดับปริญญาโท ปริญญาเอกนั้น เราเน้นไปที่การสร้างนักวิจัยเขาก็จะเป็นนักวิจัยรุ่นยาว์รุ่นใหม่ทั้งสองคนเลยที่เรามีความคาดหวังว่าสิ่งที่เขาได้เรียนรู้ไป เขาจะสามารถนำความรู้ไปสร้างองค์ความรู้ใหม่ ๆ เพื่อที่จะแก้ปัญหาให้กับประเทศให้กับโลก แล้วก็ทำให้งานนั้นมีคุณค่าต่อสังคมต่อไปนั่นคือเป้าหมายหลัก ๆ

          ศาสตร์ด้านสรีรวิทยากับด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์นั้น เป็นศาสตร์พื้นฐานเปรียบได้กับงานวิจัยกลางน้ำ ที่เราจะต้องมาเพิ่มคุณค่าให้กับตัวผลิตภัณฑ์ ถ้าเรามองในแง่ของงานทางด้านสุขภาพ การใช้ความรู้พื้นฐานเพื่อที่จะตอบโจทย์ว่าผลิตภัณฑ์ตัวนั้นมีคุณค่ายังไง มีผลดีผลเสียยังไง ก็จะเป็นองค์ความรู้ที่มีประโยชน์ในการที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพและมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคต่อไปนะคะ

          อย่างของอัญจรีย์ เขาทำเกี่ยวกับเรื่องของยาหอม ซึ่งเป็นองค์ความรู้ของแพทย์แผนไทยที่มีมายาวนานและเป็นของไทยจริง ๆ ยาหอมที่เราได้มานี้เป็นของโรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่เป็นโรงพยาบาลต้นแบบ โดยที่ได้รับรางวัลทางด้านแพทย์แผนไทย เราก็อยากจะพิสูจน์การใช้ในตำราตามตำราแพทย์แผนไทยว่ามันมีประโยชน์จริง ๆ เราทดสอบทั้งในสัตว์ทดลองและทดสอบทั้งในคนว่ายาหอมนั้นมีประสิทธิภาพจริง ๆ ให้เขาทดสอบให้กับคนที่มีภาวะมึนงงเวลาเปลี่ยนท่าทางซึ่งยาหอมเราก็ใช้สำหรับที่เป็นภาวะวิงเวียนอยู่แล้วก็ตอบโจทย์ก็เอาตรงนี้มาต่อยอดเป็นองค์ความรู้ใหม่ค่ะ

          ส่วนของณฐกรนั้นเขาทดสอบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์น้ำพรมมิซึ่งเพิ่มความจำ เขาทดสอบทั้งในสัตว์ทดลองแล้วก็ในคนเหมือนกัน น้ำพรมมิ ที่ทำขึ้นมาใหม่และทำให้มีรสชาติน่ารับประทานดื่มง่ายสำหรับผู้สูงอายุ ก็เป็นตัวนวัตกรรมที่เป็นตัวผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าที่จะให้คนไทยเราใช้ในราคาที่ไม่แพง มีความปลอดภัยและมีคุณภาพค่ะ”

ประสิทธิผลของยาหอมนวโกฐต่อภาวะความดันโลหิตต่ำขณะเปลี่ยนท่า (นางสาวอัญจรีย์ อินจันทร์ นิสิตปริญญาเอก)

          “งานวิจัยที่ทำก็คือดูผลของยาหอมว่ามีผลต่อภาวะความดันโลหิตต่ำขณะเปลี่ยนท่า ซึ่งเรารู้อยู่แล้วว่ายาหอมเป็นที่นิยมในการบรรเทาอาการหน้ามืดวิงเวียนในผู้สูงอายุ และมีงานวิจัยเบื้องต้นว่ายาหอมช่วยเพิ่มความดันซึ่งตอบโจทย์ในการช่วยแก้อาการวิงเวียน แต่ยังไม่มีการศึกษาอาการเฉพาะทาง ก็คืออาการเฉพาะทางก็คืออาการหน้ามืดวิงเวียนเมื่อเปลี่ยนท่านอย่างรวดเร็ว ดังนั้น งานวิจัยนี้ก็คือเป็นการพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการศึกษาในการรักษาอาการเฉพาะทางตรงนี้ ซึ่งอาการหน้ามืดวิงเวียนขณะเปลี่ยนท่า พบมากในวัยกลางคนสูงวัย แล้วก็มักจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุบางครั้งก็ส่งผลต่อการเสียชีวิต

          แต่งานนี้จะตอบโจทย์ตั้งแต่ต้นน้ำ คือ เราพบว่า สมุนไพรปัจจุบันยังไม่มีการควบคุมคุณภาพที่ดี ทำให้สรรพคุณในแต่ละครั้งไม่สม่ำเสมอแล้วอาจจะไม่เป็นที่ยอมรับ เพราะไม่มีข้อมูลเชิงประจักษ์ทางวิทยาศาสตร์ ดังนั้น งานวิจัยนี้คือศึกษาตั้งแต่เป็นการพิสูจน์เอกลักษณ์สมุนไพรทางเคมี เพื่อเป็นการควบคุมคุณภาพเป็นการตอบโจทย์ให้เกี่ยวกับโรงงานอุตสาหกรรมขนาด SME ที่จะหากระบวนการที่ควบคุมคุณภาพที่ราคาถูกแล้วก็รวดเร็ว ดังนั้น งานวิจัยนี้เราจะเริ่มพัฒนาองค์ความรู้ตั้งแต่ต้นน้ำ คือ เราหากระบวนการควบคุมคุณภาพให้กับ SME อันดับที่ 1

          อันดับที่ 2 ทำเป็นการศึกษาในสัตว์ทดลอง เป็นการศึกษาเพื่อศึกษากลไกและผลของยาหอมต่อภาวะความดันโลหิตต่ำขณะเปลี่ยนท่าในหนูแรท ซึ่งในหนูแรทเราจะประดิษฐ์อุปกรณ์ตัวหนึ่งเขาเรียกว่าเตียงปรับระดับให้หนูเระดับอย่างรวดเร็ว เพื่อให้เกิดภาวะความดันโลหิตต่ำขณะเปลี่ยนท่า เพื่อตอบโจทย์ว่ายาหอมตัวนี้มีกลไกยังไงแล้วสุดท้ายเป้าหมายสำคัญของการวิจัยนี้คือการนำไปใช้ในคนว่า ยาหอมตัวนี้มีประสิทธิผลต่อภาวะดังกล่าวนี้ได้ยังไง ก็เป็นการพัฒนาองค์ความรู้ตั้งแต่ต้นน้ำคือตั้งแต่วัตถุดิบ ผู้ผลิต แล้วคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์เชิงประจักษ์ถึงกลไกในสัตว์ทดลองแล้วก็ผลเชิงประจักษ์ประสิทธิผลในผู้ป่วยจริง คือผลที่ได้ 3 ส่วนหนึ่งเราได้กระบวนการตรวจสอบคุณภาพที่แม่นยำราคาถูกอันหนึ่งแล้วนะคะ อันที่สองเราได้คำอธิบายว่ายาหอมนวโกฐเนี่ยลดการเกิดภาวะความดันโลหิตต่ำขณะเปลี่ยนท่าโดยช่วยเพิ่มความดันและก็เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ เมื่อนำไปใช้ในก็ยังอยู่ในช่วงวิเคราะห์การทดลองแล้วก็เริ่มนำไปศึกษาในผู้ป่วยและพบว่าผลก็สอดคล้องกับเนื้อสัตว์ทดลองด้วยค่ะ”

ลักษณะการนำมาใช้ของยาหอมนวโกฐ (นางสาวอัญจรีย์ อินจันทร์ นิสิตปริญญาเอก)

          “ยาหอมที่เราได้จากโรงพยาบาลอาจารย์ฝั้นฯ เป็นแบบผง คือเรากินแบบโบราณเป็นการชงกับน้ำอุ่นดื่มกิน การกินเราอ้างอิงตามบัญชียาหลักแห่งชาติ เพราะยาหอมนวโกฐถูกบรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติคือให้ละลายน้ำดื่มที่ประมาณ 1 ML ประมาณ 1 แก้ว เป็นน้ำอุ่นละลายแล้วก็ดื่มกินค่ะ”

ปัญหาและอุปสรรคในการทำวิทยานิพนธ์ (นางสาวอัญจรีย์ อินจันทร์ นิสิตปริญญาเอก)

          “ปัญหาหลัก ๆ คือ เป็นการศึกษาครั้งแรกที่นำยาหอมนวโกฐมาใช้อาการเฉพาะทาง ซึ่งการศึกษาภาวะความดันโลหิตต่ำขณะเปลี่ยนท่า เราต้องพัฒนาโมเดลคือรูปแบบการทดลองตั้งแต่การทดลองในคนที่เราต้องพัฒนาอุปกรณ์เตียงปรับระดับให้สามารถกระตุ้นให้เกิดภาวะดังกล่าวในหนูได้จริง ๆ มีปัญหาคือพัฒนาอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับการทดลองซึ่งเราก็สามารถพัฒนาแล้วก็เหมาะสม และทำเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ได้จริง ๆ ค่ะ

          ส่วนที่สองก็คือจำนวนของอาสาสมัครดูแลผู้ป่วยเนื่องจากเป็นอาการ เป็นภาวะหรือเป็นอาการที่เกิดขึ้นแล้วก็มักจะพบในคนแก่ ดังนั้น ในอาสาสมัครเราต้องเจาะลงไปในแต่ละชุมชน จะต้องลงลึกไปในแต่ละชุมชน เพราะว่าผู้สูงวัยบางทีอาจจะได้รับข่าวสารในการประชาสัมพันธ์ค่อนข้างน้อย ดังนั้น เราก็ต้องไปเจาะในแต่ละชุมชน ไปร่วมมือกับ รพ.สต.แต่ละชุมชนในการหาอาสาสมัครให้เข้าถึงผู้ป่วยได้มากที่สุดค่ะ”

สิ่งที่อยากฝากถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับความสำเร็จครั้งนี้ (นางสาวอัญจรีย์ อินจันทร์ นิสิตปริญญาเอก)

          “สิ่งแรกคือ ต้องขอบคุณทีมอาจารย์ที่ปรึกษาโดยเฉพาะอาจารย์ที่ปรึกษาหลัก อาจารย์กรองกาญจน์ ในการเชื่อมั่น และให้โอกาสในงานที่ค่อนข้างใหญ่ มันเป็นงานที่ค่อนข้างใหญ่ และเชื่อมั่นว่าจะทำได้ แล้วเราค่อนข้างมีทีมอาจารย์ที่ปรึกษาทั้งในส่วนของอาจารย์ที่ปรึกษา จากภาควิชาสรีรวิทยา คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ในการปรึกษาเรื่องสัตว์ทดลอง แล้วเราก็มีทีมอาจารย์ที่ปรึกษาจากคณะเภสัชศาสตร์ มหาลัยนเรศวรและก็มหาลัยมหิดล เกี่ยวข้องกับการควบคุมคุณภาพพิสูจน์เอกลักษณ์เชิงเคมี ขอบคุณอาจารย์จากคณะแพทยศาสตร์ เป็นการช่วยให้คำปรึกษาในการออกแบบทางด้านคลินิกที่ดี ขอบคุณแหล่งทุนต่าง ๆ แล้วก็ขอบคุณตัวเองด้วยค่ะ ที่สามารถฝ่าฟันแล้วก็พัฒนานวัตกรรมเป็นการพัฒนาสมุนไพรแบบครบวงจรมีคุณภาพ

ต้องขอบคุณโรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้นด้วย คือต้นทางแล้วก็เป็นผู้ใช้เป็น User จริงๆ เป็นผลงานนี้ก็จะกลับไปสู่ชุมชนแล้วก็ไปสู่ต้นทางจึงเป็นที่มาของชิ้นงานจริง ๆ

ที่มาของผลงาน น้ำพรมมิสกัดเข้มข้นเพิ่มความเร็วของความจำและการไหลของเลือดในหลอดเลือด (นายณฐกร คำแก้ว นิสิตปริญญาเอก)

          “เนื่องจากเราเล็งเห็นว่าสังคมปัจจุบัน เป็นสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งปัญหาที่สำคัญของผู้สูงอายุที่พบบ่อยคือความจำเสื่อม แล้วก็ความจำเสื่อมชนิดหลอดเลือดสมองขาดเลือด ทำให้ยังไม่มียารักษาที่เฉพาะเจาะจงมา ดังนั้น เราจึงเล็งเห็นว่าสมุนไพรพรมมิ มีสรรพคุณบำรุงความจำและก็อาหารเสริมผลิตภัณฑ์อาหารเสริมปัจจุบันนี้มีการผลิตเป็นชนิดเม็ด ซึ่งปัญหาในผู้สูงอายุก็คือปัญหาในการกลืนยาก และก็ปัญหาในเรื่องของความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เราจึงมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์พรมมิจากชนิดเม็ดเป็นชนิดน้ำ ซึ่งผสมกับลูกหม่อนก็สามารถที่จะรับประทานได้ง่ายในผู้สูงอายุ แล้วมีรสชาติอร่อย ในงานวิจัยศึกษาถึงประสิทธิผลของน้ำพรมมิว่ามีการเพิ่มความจำ แล้วมีการเพิ่มการไหลของเลือดไหมและก็ศึกษาถึงความปลอดภัยในผู้สูงอายุ ว่ามีความปลอดภัยแค่ไหน อันนี้คือที่มาที่ไปนะครับ”

กระบวนการศึกษาเบื้องต้น (นายณฐกร คำแก้ว นิสิตปริญญาเอก)

          “ทำในกลุ่มผู้สูงอายุจะเป็นผู้สูงอายุสุขภาพดีอายุ 55 ปี ถึง 80 ปี ที่ไม่มีโรคประจำตัว เราจะให้ผู้สูงอายุรับประทานทั้งสิ้น 12 สัปดาห์ แล้ววัดประเมินผลต่าง ๆ ทั้งหมด 6 ครั้ง แล้วก็วัดความจำวัด การไหลของเลือดแล้วก็เจาะเลือด เพื่อดูแลความปลอดภัย ค่าชีวเคมีต่าง ๆ ในเลือด ครับ”

ผลที่ได้จากผลงานดังกล่าว นายณฐกร คำแก้ว นิสิตปริญญาเอก

          “ในการศึกษาเราเลือกอาสาสมัครแบบสุ่ม ปกปิดอาสาสมัครและนักวิจัย เพราะฉะนั้นผลออกมาก็คือจะมีอยู่ 2 กลุ่ม กลุ่มพรมมิแล้วก็กลุ่มที่ให้ยาหลอก ผลออกมาเป็นที่ชัดเจนว่า ในกลุ่มที่ให้กินพรมมิมีความเร็วของความจำเพิ่มขึ้นมากกว่ากลุ่มที่กินยาหลอก แล้วก็การไหลของเลือดโดยเฉพาะในหลอดเลือดส่วนปลาย ก็พบว่า มีความการไหลของเลือดที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มของพรมมิมากกว่ากลุ่มที่ให้กินยาหลอก ดังนั้น การเพิ่มความจำ จึงคิดว่าน่าจะเป็นผลมาจากส่วนหนึ่งคือการเพิ่มการไหลของเลือดที่ไปสู่สมอง แล้วก็ในเรื่องของความปลอดภัย ก็พบว่า ไม่มีการเปลี่ยนแปลงของค่าชีวเคมีต่าง ๆ ในเลือด เพราะฉะนั้นผู้สูงอายุสามารถรับประทานน้ำพรมมิผสมลูกหม่อนได้อย่างปลอดภัย ครับ”

ปัญหาและอุปสรรคในการทำวิทยานิพนธ์ นายณฐกร คำแก้ว นิสิตปริญญาเอก

          “เนื่องจากเราศึกษาในผู้สูงอายุ เลือกผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดีไม่มีโรคประจำตัว แน่นอนว่าผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีโรคประจำตัว ดังนั้น การคัดเลือกอาสาสมัครค่อนข้างที่จะลำบาก แต่เราก็พยายามที่จะศึกษาอาสาสมัครโดยการลงพื้นที่จริง แล้วก็ประสานงานกับ รพ.สต. เพื่อที่จะหาอาสาสมัครลงชุมชนจริงแล้วก็นำเครื่องวัดความดันไปวัดจริงในอาสาสมัครตามบ้านเลย และก็ในผู้สูงอายุเขาอาจจะมีการหลงลืมก็ต้องโทรหา โทรหาอาสาสมัครแล้วก็คอยเตือนให้เข้ามารับการวิเคราะห์ค่าต่าง ๆตามที่เรานัด แล้วก็คอยเตือนว่าไม่ให้ลืมกินยาอันนี้ก็เป็นปัญหาและอุปสรรคที่พบนะครับ”

สิ่งที่อยากฝากถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับความสำเร็จครั้งนี้ นายณฐกร คำแก้ว นิสิตปริญญาเอก

          “ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหลายส่วนเลยในการวิจัยนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่อนุเคราะห์เครื่องมือรองศาสตราจารย์ ดร.จินตนาภรณ์ วัฒนธร จาก มหาวิทยาลัยขอนแก่น ก็วิเคราะห์เครื่องมือในการวัดโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในเรื่องของความจำ แล้วก็มีเรื่องของเครื่องตรวจความเสี่ยงสมองขาดเลือด โดย อาจารย์วัชรา แก้วมหานิล คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร รองศาสตราจารย์ ดร.กรกนก อิงคนินันท์ รองศาสตราจารย์ ดร.เนติ วระนุช ที่เป็นผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำพรมมิตั้งแต่แรก และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พีระพงศ์ เธียราวัฒน์ แพทย์หญิงดวงนภา รุ่งพิบูลโสภิษฐ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรระวี คงสมบัติ อาจารย์จิรวัฒน์ สุนทรวัฒน์ และนักวิจัยที่อยู่ใน Lab สรีรวิทยา ของ รองศาสตราจารย์ ดร.กรองกาญจน์ ชูทิพย์ ทุกคน และที่สำคัญก็คือต้องขอขอบพระคุณอาจารย์ที่ปรึกษา รองศาสตราจารย์ ดร.กรองกาญจน์ ชูทิพย์ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้งานนี้สำเร็จไปได้ด้วยดีทุกภาคส่วน แล้วก็ขอขอบคุณผู้ให้ทุนวิจัย TCEL ที่ให้ทุนวิจัยหลักในโครงการในครั้งนี้ครับ”

จากผลการศึกษา สู่การต่อยอด (รศ.ดร. กรองกาญจน์  ชูทิพย์ อาจารย์ประจำภาควิชาสรีรวิทยา คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร)

          “ผลที่ได้มีไอเดียที่รองรับสิ่งที่จะทำต่อเยอะแยะเลย อย่างของยาหอมฯ เราจะเก็บจำนวนกลุ่มเป้าหมายเพิ่ม จำนวนผู้ป่วยยิ่งเยอะก็จะยิ่งดี เพื่อที่จะยืนยันผลให้แน่ชัด และเราอาจจะต้องย้อนกลับไปเก็บเคสของจริงที่โรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้นฯ ว่าผู้ที่ได้รับยาหอมสูตรนวโกฐนี้ เขาดีขึ้นไหม เขายังไง ก็จะตอบโจทย์ให้กับชุมชนอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นส่วนที่น่าจะต้องทำ แล้วนอกจากนั้นเราจะมองถึงเรื่องการทรานเฟอร์เทคโนโลยีสู่ภาคเอกชนด้วยว่าเทคโนโลยีที่เราได้ ภาคเอกชนจะนำไปพัฒนาต่อยังไงให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคม

          ส่วนทางฝั่งน้ำพรมมินั้นเนื่องจากเราทดสอบในกลุ่มของอาสาสมัครสุขภาพดีที่เป็นผู้สูงอายุแล้วก็ผลที่ได้ กลุ่มที่เห็นผลค่อนข้างชัดเจนคือกลุ่มที่อายุมาก ๆ เราต้องทำต่อแน่นอนในกลุ่มของผู้สูงอายุที่เริ่มมีความจำเสื่อมจริง ๆ ที่มีพยาธิสภาพจริง ๆ เราก็เชื่อว่าน่าจะช่วยให้ความจำดีขึ้นแล้วก็ทำให้คุณภาพชีวิตของเขาดีขึ้นบ้าง จริง ๆ กลุ่มนั้นถ้าได้รับพรมมิจริง ๆ เข้าไปเราก็เชื่อว่าน่าจะช่วยให้ความจำเขาดีขึ้น แล้วทำให้คุณภาพชีวิตเขาดีมากขึ้นด้วย แล้วยังจะมีสูตรน้ำพรมมิอีกหลายแบบเลยเก็บไว้เป็นความลับที่จะต้องเผยโฉมออกมาในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสำหรับเด็กที่เป็นเครื่องดื่มสำหรับเด็ก ยังมีอีกหลากหลายรูปแบบที่เราจะพัฒนาเป็นนวัตกรรมที่ต่อยอดขึ้นมาได้ค่ะ”

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นสำคัญ สำหรับผู้ที่สนใจจะมาศึกษาศาสตร์ของสรีรวิทยา (รศ.ดร. กรองกาญจน์  ชูทิพย์ อาจารย์ประจำภาควิชาสรีรวิทยา คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร)

          “ศาสตร์ด้านสรีรวิทยากับวิทยาศาสตร์การแพทย์ จริง ๆ เป็นศาสตร์พื้นฐานที่มีความสำคัญมาก เพราะทำให้เรารู้จักร่างกายมนุษย์ว่า มันทำงานยังไง เรามีชีวิตอยู่ได้ยังไง และชีวิตที่มีคุณภาพนั้นเป็นยังไง เมื่อไหร่ที่สุขภาพไม่ดีสุภาพเสียไป ศาสตร์ด้านสรีรวิทยาจะมาเติมเต็มในการแก้ปัญหา และนิสิตที่จะมาเรียนสาขานี้ หนึ่งต้องมี passion มาก ๆ เลย คือ มีความรัก มีความพอใจ หรือมีความคลั่งไคล้ที่อยากจะรู้จักร่างกายนี้ให้ดีที่สุดเลยเพื่อที่จะ หนึ่งเลย จริง ๆ แล้วต้องเอาไปใช้เพื่อดูแลตัวเองให้มีสุขภาพกายที่แข็งแรง แล้วก็พอรู้จักร่างกายตัวเองแล้ว สามารถใช้ความรู้นั้นไปแก้ปัญหาเพื่อที่จะแก้ปัญหาเชิงสุขภาพนี้ให้กับคนอื่น ให้มีสุขภาพดีไม่ว่าความรู้นั้นจะไม่ตอบโจทย์ในการที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางสุขภาพเพื่อรักษาโรคเพื่อป้องกันโรค หรือว่าเพื่อที่แก้ปัญหาอื่น ๆ ที่ทำให้ทุกคนมีสุขภาพกายที่แข็งแรง แล้วก็สุขภาพกายที่แข็งแรงย่อมมาพร้อมด้วยสภาพจิตใจที่ร่าเริงเบิกบาน ก็จะกลายเป็นคนที่มีคุณภาพ และคุณภาพของคนที่เป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดเลยของสังคมที่จะทำให้สังคมได้มีคุณภาพ มีความสุข มีความปลอดภัยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ”

หลักคิดในการเรียน การใช้ชีวิตประจำวัน (นางสาวอัญจรีย์ อินจันทร์ นิสิตปริญญาเอก) (รศ.ดร. กรองกาญจน์  ชูทิพย์ อาจารย์ประจำภาควิชาสรีรวิทยา คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร)

         “เราต้องมี Focus ที่ชัดเจน อย่างแรกเลย การมาเรียน เราต้องมี Focus เป้าหมายของเราคือ 1 พัฒนาตัวเองในความคิดเชิงระบบในการพัฒนาเป็นนักศึกษาปริญญาเอก ในการช่วยพัฒนาต่อก็ต้อง Focus ว่าที่เรามาเรียนเพื่อเราต้องการอะไรต้องการความรู้ต้องพัฒนาทักษะในด้านต่างๆ เมื่อเรามีโฟกัส เราจะรู้ว่าต่อไปเราจะมีวิธีในการพัฒนาตัวเองยังไงให้ไปถึงจุดเป้าหมายที่ที่เราตั้งไว้ค่ะ”

หลักคิดในการเรียน การใช้ชีวิตประจำวัน (นายณฐกร คำแก้ว นิสิตปริญญาเอก)

          “หลักคิดเพื่อเป็นแรงบันดาลใจของผมมีอยู่ 3 ข้อ เนื่องจากการเรียนในระดับปริญญาเอกก็ไม่ได้ง่าย ก็คือ 1.อย่ากลัวในการทำงานหนัก เพราะสิ่งที่มีค่าไม่ได้มาง่าย ๆ 2.ปัญหาทุกอย่างมีไว้แก้ ไม่ได้มีไว้ให้กลุ้ม แล้วก็สุดท้ายที่ผมคิดเสมอคือความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่นครับ”