นักวิชาการ มน.ชวนทุกคนร่วมกันลดความรุนแรง ของ “ปรากฏการณ์เกาะความร้อน”

         

          ผศ.ดร.วรวิทย์ อินทร์ชม อาจารย์ประจำสาขาอนามัยสิ่งแวดล้อม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้กล่าวถึง ปรากฏการณ์เกาะความร้อน ในรายการสาธารณสุข สร้างสุข ว่า “ปรากฏการณ์เกาะความร้อนหรือโดมความร้อน เป็นปรากฏการณ์ที่ในเขตเมืองใหญ่หรือมหานครขนาดใหญ่มีอุณหภูมิสูง และสูงกว่าพื้นที่โดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นในแถบชานเมืองมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด โดมความร้อนจินตนาการก็เหมือนมีถ้วยคว่ำที่ครอบเมืองเอาไว้ แล้วก็ในถ้วยนั้นก็เต็มไปด้วยความร้อนนั่นเอง

          สาเหตุของปรากฏการณ์เกาะความร้อน ทั้ง ๆ ที่ความร้อนและแสงอาทิตย์ก็ส่องลงมาจากท้องฟ้าเดียวกันทั้งในพื้นที่เขตเมืองใหญ่และพื้นที่ชานเมือง สาเหตุมีด้วยกันหลายประการ สำหรับสาเหตุหลักของปรากฏการณ์เกาะความร้อน ก็คือ การที่เมืองใหญ่มีตึกสูงมีอาคารหรือสิ่งก่อสร้างเป็นจำนวนมาก และอาคารสิ่งก่อสร้างต่าง ๆเหล่านี้ก็สร้างด้วยวัสดุที่มีคุณสมบัติเป็นตัวดูดซับความร้อนจากดวงอาทิตย์ได้ดีนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นคอนกรีต หรือเป็นยางมะตอย วัสดุต่าง ๆ เหล่านี้ส่วนใหญ่ล้วนจะมีสีเข้ม และวัสดุสีเข้มนี้ที่มีความสามารถในการดูดซับพลังงานในทุกช่วงแสงความยาวคลื่น รวมทั้งเปลี่ยนคลื่นไว้เป็นความร้อน อีกทั้งวัสดุต่าง ๆ เหล่านี้มีการสะท้อนหรือการปลดปล่อยรังสีที่มาจากดวงอาทิตย์ได้น้อยทำให้อาคารหรือพื้นที่ใกล้เคียงร้อนมากขึ้น ร้อนมากกว่าพื้นที่ชนบทที่มีการเพาะปลูกหรือล้อมรอบต้นไม้ เนื่องจากต้นไม้หรือพืชพันธุ์ต่าง ๆ ในเขตชนบทมีการคายน้ำทางปากใบซึ่งก็เปรียบเสมือนมีแอร์ธรรมชาติทำให้พื้นที่ในเขตชนบทมีความชุ่มชื้นความเย็นกว่าพื้นที่ชั้นไหน

          นอกจากนี้ พฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนในเมืองซึ่งเมื่อความร้อนยิ่งมากขึ้นก็มีการใช้พลังงานในการทำความเย็น เครื่องปรับอากาศก็เป็นอุปกรณ์หนึ่งที่ใช้ในการลดความร้อน ซึ่งการทำงานของเครื่องปรับอากาศ ก็คือจะดูดความร้อนจากภายในอาคารออกสู่ภายนอกอาคาร ซึ่งจะทำให้ภายนอกอาคารมีความร้อนสูงขึ้น โดยความร้อนจะลอยตัวจากที่ต่ำขึ้นสู่ที่สูง นอกจากนี้ ในเวลาเดียวกันจะมีการให้ออกทางด้านข้าง ซึ่งลักษณะตรงนี้จะมีลักษณะคล้าย ๆ มีโดมครอบเมืองเอาไว้ ก็ยิ่งจะทำให้อากาศมีความอบอ้าวมากยิ่งขึ้น

          อีกสาเหตุหนึ่งของการเกิดปรากฏการณ์เกาะความร้อน คือ การที่อาคารสูงมีจำนวนมากบดบังกระแสลม ทำให้ไม่เกิดการพัดพาความร้อนออกจากเขตเมือง โรงงานอุตสาหกรรมและแหล่งความร้อนอื่น ๆ ในเขตเมือง ทำให้ปรากฏการณ์เกาะความร้อนทวีความรุนแรงได้มากยิ่งขึ้นเช่นเดียวกัน

          สำหรับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปรากฏการณ์เกาะความร้อน มีทั้งผลกระทบทางด้านสุขภาพ เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม สำหรับในส่วนของผลกระทบทางด้านสุขภาพความร้อนที่เกิดการสะสมโดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนจะทำให้ประชากรในเขตเมืองรู้สึกอึดอัดและไม่ได้รับการผ่อนคลายเท่าที่ควร ไม่เหมือนกับคนที่อาศัยอยู่ชานเมืองที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าในเวลากลางคืน ซึ่งจะทำให้เขารู้สึกสบายตัว รู้สึกผ่อนคลายมากกว่านั่นเอง

           ปรากฏการณ์เกาะความร้อน จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชากรในเมือง ยกตัวอย่างเช่น ในประเทศสหรัฐฯ ประเทศเดียว มีผู้เสียชีวิตจากความร้อนโดยเฉลี่ยประมาณ 1,000 คนต่อปี ซึ่งผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าอัตราการเสียชีวิตที่สูงในช่วงที่เกิดคลื่นความร้อนจะเป็นสัดส่วนรับกับช่วงที่มีอุณหภูมิสูงสุดซึ่งนับเป็นผลกระทบในทางลบของปรากฏการณ์เกาะความร้อน

           งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ พบว่า ความร้อนมักเพิ่มความเสี่ยงในการเสียชีวิตมากในเมืองที่มีความผันผวนของอุณหภูมิมาก ก็คือ มีความแตกต่างในฤดูกาล ฤดูหนาวกับฤดูร้อน ถ้ามีความแตกต่างกันมากก็จะทำให้เกิดมีความเสี่ยงทางด้านการเสียชีวิตมากขึ้น ยกตัวอย่าง เช่น นครชิคาโกและนิวยอร์กที่มีความผันผวนความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิในช่วงหน้าหนาวกับหน้าร้อนมาก ๆ ความเจ็บป่วยและการเสียชีวิตก็จะสูงตามไปด้วยซึ่งตรงข้ามกับพื้นที่หรือประเทศที่มีความผันผวนของอุณหภูมิไม่มากนักซึ่งจะมีความเสี่ยงด้านสุขภาพจากคลื่นความร้อนน้อยกว่า

           งานวิจัยของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ ยังแสดงให้เห็นว่า ประชากรในเขตตอนใต้ของเมือง เช่น ที่รัฐไมอามี่ ผู้คนมีความคุ้นเคยกับสภาพอากาศร้อนแล้วก็ในเขตรัฐนี้ก็จะประสบปัญหาทางสุขภาพน้อยกว่าชิคาโกและนิวยอร์ก นอกจากนี้ การศึกษาหลายชิ้นยังระบุว่าการที่อุณหภูมิสูงขึ้นก็ทำให้มลพิษอากาศเพิ่มขึ้นด้วยซึ่งก็จะเพิ่มหรือส่งผลต่ออัตราการตายที่เพิ่มขึ้น

          สำหรับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจปรากฏการณ์เกาะความร้อนได้เพิ่มความสิ้นเปลืองในการใช้เครื่องปรับอากาศตู้เย็นโดยเฉพาะในเมืองที่มีอากาศร้อน กลุ่มผู้ศึกษาปรากฏการณ์เกาะความร้อนทำการประมาณความสิ้นเปลืองในนครขนาดใหญ่ เช่น นครลอสแองเจลิส แคลิฟอร์เนีย ว่า มีมูลค่าประมาณ 100 ล้านดอลลาร์ต่อปี จากปรากฏการณ์ดังกล่าว

          สำหรับทางด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากปรากฏการณ์เกาะความร้อนที่มีความเกี่ยวข้องในการเพิ่มอุณหภูมิที่สูงขึ้นแล้ว ปรากฏการณ์เกาะความร้อนยังทำให้เมืองมีการเปลี่ยนแปลงระดับที่ 2 ต่อการอุตุนิยมวิทยาท้องถิ่น กล่าวคือ มีการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางอุตุนิยมวิทยาในเมืองอีกด้วย ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง เช่น ลมประจำถิ่น การเกิดเมฆหมอก ความชื้นหรือว่าอัตราการเกิดฝน การเกิดน้ำค้าง ที่รวม ๆ เราเรียกว่าหยาดน้ำฟ้า ที่ถูกโยงว่าเป็นสาเหตุของฝนประเภทหนึ่งที่มีชื่อเล่น ๆ เรียกว่า ฝนราชการ ฝนราชการ คือ ฝนที่มักจะตกในช่วงเวลาใกล้เคียงกันทุกวัน เวลาดังกล่าวก็ใกล้เคียงกับเวลาที่ข้าราชการเลิกงาน จึงเรียกฝนประเภทนี้ว่าฝนราชการซึ่งก็ไม่ได้เป็นคำทางการ แต่เป็นชื่อเล่นของฝนลักษณะแบบนี้ ซึ่งลักษณะของฝนราชการเองเป็นฝนที่ไม่ได้เกิดตามฤดูกาล และไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่ว่าเกิดจากปรากฏการณ์เกาะความร้อน

           ฝนราชการเกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์โดมความร้อน เนื่องจากเกิดจากอากาศด้านนอกโดมเคลื่อนที่เข้ามาปะทะกับขอบของโดมซึ่งจะทำให้เกิดฝนตกในเขตปริมณฑล โดยอุณหภูมิความร้อนภายในโดมในช่วงเวลาประมาณ 15:00 น เป็นต้นไป ดวงอาทิตย์จะเริ่มคล้อยต่ำลงซึ่งจะทำให้ส่งผลกระทบต่อความชื้น ซึ่งอยู่ในรูปของไอความร้อนค่อย ๆ ถูกปลดปล่อยออกมา แล้วมีการลอยไปกระทบกับอากาศที่เย็นที่อยู่เหนือโดมจะทำให้ความร้อนตรงนี้กลั่นออกมาเป็นหยดน้ำตกลงมาสู่เบื้องล่างกลายเป็นฝน ทว่าปรากฏการณ์นี้มักจะไม่ค่อยเจอในเขตชนบท ดังนั้น ฝนราชการจึงเป็นดัชนีหรือปรากฏการณ์หนึ่ง ซึ่งสะท้อนปัญหาสิ่งแวดล้อมในสังคมเมืองได้เป็นอย่างดี

          สำหรับมาตรการในการลดความรุนแรงของปรากฏการณ์เกาะความร้อนหรือโดนความร้อน มีด้วยกันหลายวิธีเช่นเดียวกัน เช่น วิธีการที่เราเรียกว่าหลังคาขาว เป็นการทาสีหลังคาด้วยสีที่อ่อน เป็นสีขาวซึ่งจะช่วยลดในเรื่องของการดูดซับความร้อนของดวงอาทิตย์ได้ดี เนื่องจากว่าสีขาวสีอ่อนจะทำให้รังสีที่มาจากดวงอาทิตย์สะท้อนกลับออกสู่บรรยากาศ ทำให้ไม่มีการเก็บความร้อนมากนัก

          นอกจากนี้ อีกวิธีการหนึ่งเรียกชื่อว่าเป็นหลังคาเขียว เป็นการลดความร้อนที่เกิดขึ้นจากปรากฏการณ์เกาะความร้อนโดยใช้พืชปกคลุมบริเวณหลังคา ทำให้เกิดการสะท้อนลดปัญหาในเรื่องของการดูดซับความร้อน ซึ่งวิธีการนี้ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ ว่ามีวิธีการหรือมีกลไกอย่างไร

          อีกวิธีการหนึ่ง เป็นการปลูกต้นไม้ในเมือง ซึ่งต้นไม้จะช่วยลดการดูดซับความร้อน ช่วยสะท้อนแสงที่มาจากดวงอาทิตย์ออกสู่ภายนอก ซึ่งการปลูกต้นไม้จะมีประโยชน์หลายอย่างโดยเฉพาะในเมือง และวิธีการสุดท้ายที่มีการใช้ในการลดความรุนแรงของปรากฏการณ์โดมความร้อน ก็คือ การทาสีตัวลานจอดรถโดยใช้สีเขียว เป็นต้น”

          “กิจกรรมของมนุษย์ยังทำให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งหน้าที่ในการป้องกันและลดผลกระทบดังกล่าวไม่ได้เป็นของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นของพวกเราทุกคนที่ช่วยกันดูช่วยกันแล และช่วยกันเอาใจใส่เพื่อลูกหลานของเราในอนาคต” ผศ.ดร.วรวิทย์ อินทร์ชม อาจารย์ประจำสาขาอนามัยสิ่งแวดล้อม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวฝากทิ้งท้าย