อาการเสียวฟันจากการขูดหินปูน ทันตแพทย์ช่วยได้

          อ.ทพญ.ศศิธารี สินทวิชัย อาจารย์ประจำภาควิชาทันตกรรมป้องกัน สาขาวิชาปริทันตวิทยา คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมให้ความรู้เกี่ยวกับปัญหาที่อยู่คู่กับสุขภาพภายในช่องปาก นั่นคือ “หินปูน” และ “การขูดหินปูน” รายละเอียดนั้นต้องมาติดตามกัน

หินปูนมีสาเหตุมาจากอะไร

          “ถ้าถามว่าหินปูนมีสาเหตุมาจากอะไร หินปูนคือการสะสมของคราบจุลินทรีย์ในช่องปาก เมื่อมีการสะสมของคราบจุลินทรีย์ในช่องปากในระยะเวลาที่ได้ระดับนึงแต่ก็แล้วแต่บุคคล บางคน 3 วัน 7 วัน 14 วันเมื่อมีการตกตะกอนกับน้ำลาย ก็จะเริ่มมีการสะสมเริ่มฟอร์มออกมาเป็นรูปร่างของหินปูน หลาย ๆ คน อาจจะเข้าใจว่าตัวหินปูนเป็นสาเหตุของการที่ทำให้เกิดโรคปริทันต์โรคเหงือกต่าง ๆ แต่จริง ๆ แล้ว สาเหตุหลักของการเกิดโรคเหงือกหรือโรคปริทันต์ของเราคือการที่มีแบคทีเรียที่อยู่ในคราบจุลินทรีย์ คราบจุลินทรีย์ก็คือขี้ฟันเราเองที่เราทานอาหารแล้วบางทีเราแปรงฟันไม่สะอาดมีขี้ฟันสะสมอยู่ในระยะหนึ่งจะมีการเข้ามาของแบคทีเรียเข้ามารวมกลุ่มกันการรวมกลุ่มการของแบคทีเรียในคราบจุลินทรีย์ จริง ๆ แล้วคือสาเหตุหลักของการเกิดโรค

          ที่นี้เมื่อมีการทิ้งไว้ในระยะยาวไม่ได้มีการกำจัดคราบจุลินทรีย์เหล่านี้ออก ก็จะมาพัฒนาตกตะกอนออกมาเป็นหินปูนซึ่งหินปูนจะช่วยส่งเสริมให้แบคทีเรียอยู่ได้นานขึ้น มีความรุนแรงของการทำลายของอวัยวะปริทันต์โดยแบคทีเรียได้รุนแรงมากขึ้น ฉะนั้นจริง ๆ สิ่งที่อาจารย์อยากให้ทุกคนเข้าใจก็คือว่าสาเหตุหลักของการเกิดโรคเหงือกหรือโรคปริทันต์เราคือ คราบขี้ฟัน คราบจุลินทรีย์นั่นเอง หลาย ๆ คนเข้าใจว่าการขูดหินปูนคือการรักษารักษาโรคเหงือกละซึ่งจริง ๆ คือใช่ คือเอาหินปูนออกก็จะลดสิ่งที่จะไปส่งเสริมให้คราบจุลินทรีย์มันเกาะอยุู่ แบคทีเรียมันอยู่ได้นานลดลง แต่จริง ๆ แล้วสิ่งที่จะเป็นการักษาได้อย่างถาวรและก็เป็นการป้องกันการเกิดโรคได้อย่างดีคือการแปรงฟันและการทำความสะอาดด้วยตัวเองได้อย่างถูกต้องและก็มีประสิทธิภาพเพื่อลดปริมาณคราบจุลินทรีย์ คราบขี้ฟันที่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรคปริทันต์ โรคเหงือก

          จริง ๆ เทคนิคการแปรงฟันมีหลายเทคนิคมาก และหลาย ๆ คน อาจจะใช้เทคนิคเดียวกันได้ บางคนใช้เทคนิคนี้ฟันจะสะอาด บางคนต้องใช้วิธีนี้ถึงจะสะอาดหรือแม้แต่อุปกรณ์ที่เราใช้ทำความสะอาดใช้แปรงฟันที่จะเหมาะแก่สำหรับแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน เด็กก็แบบนึงผู้สูงอายุก็แบบนึงคนจัดฟันก็อีกแบบนึง ฉะนั้นในทุก ๆ วันที่เราแปรงฟันต้องเราต้องตระหนักว่าการแปรงฟันของเราถูกวิธีและเหมาะสมกับเราหรือเปล่า ซึ่งเราจะรู้ได้ยังไงสิ่งที่ทำให้เราได้คือการเข้ามาปรึกษาทันตแพทย์ทันตแพทย์ช่วยในการแนะนำวิธีการดูแลสุขภาพช่องปากและเลือกอุปกรณ์หลายๆอย่างเลยค่ะซึ่งบางคนอาจจะใช้อย่างเดียวหรือสองอย่างให้มันเหมาะสมกับช่องปากเรามากขึ้นค่ะ”

มุมมองของทันตแพทย์ ต่อการใช้เครื่องขูดหินปูนด้วยตนเอง

          “สำหรับอาจารย์เอง เคยเห็นมาบ้างตามร้านค้าที่เป็นอุปกรณ์พลาสติกที่ใช้สำหรับที่จะมีรูปร่างหน้าตาคล้าย ๆกับเครื่องมือของเราเองที่คล้ายกัน มีความคมมีความโค้งที่จะใช้สำหรับเรียกว่าอะไรกระเทาะหรือแคะเอาหินปูนออกมาอย่างนี้ เคยเห็นบ้างมีทั้งเป็นแบบพลาสติกเป็นไม้แล้วก็เป็นโลหะ แต่ทีนี้ในมุมมองของอาจารย์จะมองในแง่ว่าการทำความสะอาดช่องปาก การขูดหินปูนด้วยตนเอง อย่างแรกเลยที่จะต้องระมัดระวังคืออุปกรณ์สะอาดหรือเปล่า เพราะว่าอย่างอุปกรณ์ของเราในการใช้ขูดหินปูนให้กับคนไข้ทุกชิ้นเราจะต้องผ่านการสเตอร์ไรด์ ผ่านการทำความสะอาดการฆ่าเชื้อเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุดก่อนที่จะไปใช้กับคนไข้แต่ละคนนอกจากในเรื่องของความสะอาดความสเตอร์ไรด์แล้ว

          อีกอย่างนึงคือด้วยความที่อุปกรณ์ มีความคมความแหลมเวลาที่เราทำด้วยตัวเองไม่มั่นใจว่าคนที่ไปทำให้ตัวเองอาจจะต้องส่องกระจก มันก็จะเกิดความผิดพลาดได้ อย่างเช่นว่าเครื่องมือไปทำให้เหงือกได้รับบาดเจ็บ ไปทำให้เหงือกเป็นแผล พอเหงือกเป็นแผลสิ่งที่ตามมาคือเราไม่อยากแปรงฟัน เพราะเราไม่อยากแปรงฟัน เพราะว่าเหงือกเราเป็นแผล อุปกรณ์พวกนี้สุดท้ายมันก็จะมีขี้ฟันมีคราบจุลินทรีย์ที่จะไปทำให้เกิดโรคต่อไป สำหรับมุมมองของอาจารย์คือเป็นอุปกรณ์ที่ถ้านำมาใช้แล้วใช้ไม่ถูก หรือว่านำมาใช้แล้วไม่สะอาดก็ไม่ดี แต่ถ้าถามอาจารย์ว่าอาจารย์แนะนำให้ซื้อมาใช้เองไหม ต้องขออนุญาตบอกเลยว่าไม่แนะนำ เพราะว่าสิ่งที่คนไข้สามารถทำได้ด้วยตัวเองและมีประสิทธิภาพสูงสุดอาจารย์ได้พูดไปละในตอนแรกก็คือการแปรงฟันแล้วก็ใช้อุปกรณ์ทำความสะอาดเพิ่มเติมให้ถูกวิธีเท่านั้นเองค่ะ”

แปรงสีฟันในแบบต่าง ๆ เหมาะกับผู้ใช้กลุ่มใดบ้าง

          “อย่างแรกเลยเรามาดูที่แปลงก่อน แต่ก็จะมีหลายแบบถ้าเป็นแปรงสีฟันทั่วไป ก็จะมีหลายแบบซึ่งแต่ละแบบ ก็จะแบ่งกันที่ด้ามก่อน ด้ามใหญ่ ๆ ก็จะเหมาะกับผู้สูงอายุ ด้ามปานกลางก็จะเหมาะกับเราทั่วไป วัยที่ยังสามารถกำมือได้แบบปกติ ส่วนแปรงสีฟันสำหรับเด็กก็จะเป็นอันที่เล็กลงมา ที่นี้การเลือกแปรงสิ่งที่อยากจะแนะนำคือควรเลือกแปรงที่เป็นหน้าตัดแปรงเป็นแบบตรงแบบนี้ หน้าตัดตรงไม่ได้แบบมีความโค้งหรือว่าความซิกแซ็กของหน้าตัดแปรง และขนแปรงจะต้องอ่อนนุ่มถูสัมผัสกับมือไม่เกิดรอย ถ้าใช้แปรงแข็งเหงือกก็จะได้รับผลกระทบจากการแปรงฟันแล้วเหงือกก็อาจจะร่นได้

          หลัก ๆ ของแปรงสีฟันด้ามจับต้องพอดีมือขนแปรงหน้าตัดตรงขนนุ่ม ทีนี้ส่วนเรื่องของรูปทรงหัวแปรงส่วนมากจะเป็น ตัวอาจารย์แนะนำก็จะเป็นแบบทรงเรียวตรงแบบนี้ เว้นแต่ว่าจะเป็นคนไข้ที่มีกระพุ้งแก้มใหญ่หรือว่ามีฟันที่ซ้อนเยอะ ๆ อาจารย์ก็จะแนะนำเป็นหัวหน้าที่คล้าย ๆ กับลักษณะรูปไข่ คือแค่วิธีการเลือกแปรงจะซับซ้อนแล้ว ส่วนอีกส่วนหนึ่งก็คือนอกจากการเลือกแปรงแล้ว ยาสีฟัน คนไข้ถามเยอะมากใช้อะไรดี จริง ๆ ใช้อะไรก็ได้ที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ แนะนำเลยว่ายาสีฟันใด ๆ ก็ตามที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์เราใช้ได้หมด เพราะว่าส่วนมาก ยาสีฟันจะมาช่วยในเรื่องของความรู้สึกสดชื่นเท่านั้นถ้าเราสามารถแปรงฟันด้วยแปรงฟันได้ถูกต้องแล้วก็แบบได้ประสิทธิภาพก็ถือว่าเพียงพอแล้ว

          สำหรับคนไข้จัดฟัน หน้าตัดของแปรงสีฟันจะต้องเป็นรูปตัววีก็คือมีตรงกลาง จะลงไปเป็นรูปตัววีอันนี้เพราะว่าส่วนที่หวำลงไปเป็นรูปตัววีจะสัมพันธ์กับลักษณะของลวดจัดฟัน คร่อมตรงกลางพอดีก็จะเหมาะสมกว่าก็จะแปรงได้ดีกว่าจะถามว่าใช้แบบหน้าตัดตรงได้ไหม ใช้ได้เหมือนกันค่ะ”

ในเบื้องต้น วิธีแปรงฟันที่ถูกวิธีควรเป็นอย่างไร

          “วิธีการแปรงฟันถ้าวันนี้จะให้อธิบายเพราะต้องไปยังไงถึงจะถูกวิธีคงยาวมากจริง ๆ อาจารย์คิดว่าคนไข้หลาย ๆคน คงได้มีโอกาสพบทันตแพทย์ ในวันที่เราพบทันตแพทย์อาจจะสอบถามได้ว่าวิธีการแปรงฟันแบบไหนที่เหมาะกับเราแล้วก็ให้ทันตแพทย์แนะนำเราได้ บางคนเปิด YouTube ได้ก็ลองดูว่ามีวิธีไหนบ้างที่เหมาะกับเราเลย แต่ว่าโดยทั่วไปวิธีที่แนะนำ คือเป็นการขยับปัด ก็คือการแปรงแบบที่เอาแปรงสีฟันขยับที่บริเวณฟันนับ 1-10 แล้วปัดขึ้นแบบนี้ อันนี้คือแปรงแบบขยับปัดแบบนี้ ขยับมือ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 และขยับปัด จะเห็นว่าขยับเนี่ยไม่ได้ขยับถูแรง นับ 10 แล้วปัดใน 1 ตำแหน่งที่เราขยับปัดเวลาทำซ้ำ 3 ถึง 5 ครั้ง อันนี้เป็นวิธีเบสิคใน YouTube มีแล้วก็โดยทั่วไปหลาย ๆ คนสามารถใช้วิธีนี้ได้ ถ้าสนใจอยากให้แนะนำวิธีการสอนแปรงฟันเข้ามาพบกันได้ค่ะ”

เป้าหมายของการแปรงฟันจริง ๆ คืออะไร

          “เป้าหมายของการแปรงฟัน คือการควบคุมปริมาณคราบจุลินทรีย์ ปริมาณคราบจุลินทรีย์ที่เป็นคราบแบคทีเรียอย่างที่อาจารย์บอกว่ามันเป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรค เราพยายาม Control ให้มันแบบปริมาณน้อยที่สุดนแต่ถามว่าแล้วมันจะแบบ 100% ไหม อาจารย์ว่าไม่

           แต่ละคนในซอกฟันที่ดีต้องแบบมีความซับซ้อนถึงแม้เราจะใช้ไหมขัดฟันอุปกรณ์ทำความสะอาดซอกฟันช่วยแล้ว บางคนก็ไม่สามารถทำความสะอาดได้ทั้งหมด ยังมีความจำเป็นอยู่ที่จะต้องกลับเข้ามาพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน 3 เดือน หรือ 4 เดือน ก็แล้วแต่บางคนมีความซ้อนเกของฟันมาก ต่อให้แปรงฟันให้ถูกแล้วบอกวิธีใช้ไหมขัดฟันก็ใช้มันก็ยังจะมีบางตำแหน่งที่ด้วยตัวเองไม่สามารถเข้าถึง แต่อย่างน้อยโดยรวมคือเราสามารถคอนโทรลปริมาณคราบจุลินทรีย์ได้ค่ะ”

อุปกรณ์ที่ทันตแพทย์ใช้ ต่างจากอุปกรณ์ที่ใช้ขูดหินปูนเองอย่างไร

          “ตรงนี้จะแตกต่างกับอุปกรณ์ขูดหินปูน ซึ่งก็คือเขาก็จะมีฟังก์ชั่นที่การใช้งานคล้ายกับแปรงสีฟัน ถ้าเอาแบบคุ้นเคยกันดีเลย ก็จะเป็นไหมขัดฟันธรรมดาก่อน เป็นไหมทั่วไปที่มันเป็นตลับและเราดึงออกเป็นเส้นอันนี้คือการใช้ไปในซอกฟันในคนไข้ทั่วไปที่ยังไม่มีลักษณะของเหงือกร่น ไม่มีลักษณะของช่องว่างระหว่างเหงือกที่กว้าง ก็จะใช้เป็นไหมขัดฟันทั่วไป หรือในกรณีที่เป็นคนไข้จัดฟันคนไข้ที่มีสะพานฟันมีรากเทียมก็จะแนะนำเป็นไหมขัดฟันแบบชนิดพิเศษหรือซุปเปอร์ฟอส ก็จะมีความเป็นฟองน้ำที่จะเข้ามาช่วยทำความสะอาดได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในบริเวณซอกฟัน

          แต่ในกรณีที่เป็นผู้สูงอายุเป็นคนที่มีเหงือกร่นมีช่องว่างระหว่างก็จะเป็นกลุ่มที่เป็นแปรงซอกฟัน ซึ่งแปรงซอกฟันจะเห็นว่าหัวขนตัวปลายจะมีหลายขนาด แล้วแต่ระดับซอกฟันตรงแปรงซอกฟันขนแปรงจะเหมือนแปรงสีฟัน ฉะนั้นการใช้งานหรือว่าการคำนึงถึงความสะอาดความปลอดภัย Level เดียวกับแปรงสีฟันเลย ก็คือใช้เสร็จแล้วล้างน้ำให้สะอาดทิ้งไว้ให้แห้งจะใช้งานซ้ำได้ มีความเยินมีความเสียหายเปลี่ยนใหม่ แต่ว่าระยะการใช้งานอาจจะสั้นกว่าแปรงสีฟันหน่อย เพราะว่าเขาด้ามเล็กขนเขาเล็ก ตรงนี้จะแปรงซอกฟันก็จะมีแต่ด้ามสั้นด้ามยาวที่มีสองด้านแล้วก็หรือจะเป็นด้านยาวที่มีด้านเดียว

          การเลือกด้ามแล้วแต่ความถนัดแต่สิ่งที่จะต้องคำนึงก็คือความกว้างของตัวขนแปรง แต่ละขนาดเหมาะสมกับช่องว่างของซอกฟันของเราหรือเปล่า ที่นี้นอกจากแปรงซอกฟัน ไหมขัดฟัน 2 แบบก็ยังมีไหมขัดฟันที่เป็นด้าม ตรงนี้ก็จะเป็นร่างใหญ่ แล้วก็จะเป็นไหมขัดฟันอยู่ในระหว่างขา 2 ข้าง เพื่อที่จะเอาไหมขัดฟันจับลงไปในซอกฟัน ตรงนี้จะเหมาะสำหรับผู้สูงอายุ หรือคนที่ฟังก์ชั่นการใช้มือไม่ได้แบบปกติ ก็จะใช้เป็นแบบไหมขัดฟันแบบด้าม หรือว่า force Holder อย่างนี้ก็ได้ อีกแบบนึงที่อยากจะให้ทุกคนรู้จักกันก็คือเป็นแปรงพุ่มเดียว แปรงพุ่มเดียวจะเหมาะกับคนไข้ที่ถอนฟันไปบ้าง มีบางตำแหน่งที่เป็นช่องว่าง แล้วก็มีบริเวณผิวฟันที่ติดกับสันเหงือกว้าง หรือเป็นฟันซี่เดี่ยว ๆ ในช่องปากก็สามารถใช้แปรงพุ่มเดียว อันเล็ก ๆ แบบนี้ เน้นในที่ฟันนั้นๆ ก็ได้ ตรงนี้อุปกรณ์เหล่านี้ 1 คนมีหลายชิ้นได้ 1 คนอาจจะมีแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง หนึ่งคนอาจจะมี 2 – 3  อย่าง ก็ได้อย่างแล้วแต่ค่ะ”

สำหรับภาพที่ให้ดูนี้ สุขภาพฟันเป็นอย่างไรบ้าง

          “ถ้าเป็นภาพนี้จะชัดเจนมาก ว่าเห็นเลยมีหินปูนหลาย ๆ Level เลย ตั้งแต่สีขาว สีน้ำตาล สีเหลืองคือหินปูนระยะเริ่มแรก เป็นสีขาวเริ่มมีหินปูนออกมาเริ่มขาว สิ่งที่สะท้อนออกมาเลยก็คือสีเหงือกจะแดงขอบเหงือกจะแดงขึ้นมา จะมีความมันวาวแสดงว่ามีการบวมและอักเสบเริ่มบวม แปรงฟันจะมีเลือดออก ตรงนี้เหงือกอักเสบละระยะเริ่มมาละ แต่รูปนี้ค่อนข้างชัดเจน เพราะว่าเหงือกอักเสบเยอะเพราะว่าหินปูนค่อนข้างมีอายุแล้ว หรือบางคนที่ร่างกายแบบตอบสนองต่อการอักเสบได้เร็ว หินปูนยังอาจจะยังฟอร์มไม่ถึงการเป็นหินปูนด้วยซ้ำ เป็นแค่คราบหินปูน มีการสะสมของคราบจุลินทรีย์แค่เล็กน้อย แปรงฟันก็จะมีเลือดออกแล้วหรือบางทีทานอาหารแล้วมีอะไรไปกระทบกับเหงือกบางทีก็จะเกิดเลือดออกได้ง่าย ๆ ก็ถือว่ามีการอักเสบแล้วค่ะ”

หลักสังเกตเมื่อมีหินปูนเป็นจำนวนมาก คืออะไรบ้าง

           “หลัก ๆ ส่วนมาก ก็คือจะต้องดูด้วยว่าแปรงฟันมีเลือดออกไหม สีเหงือก ขอบเหงือกเป็นยังไงเริ่มแดงเริ่มมีการเปลี่ยนสีหรือยัง โดยเฉพาะในวัยรุ่นจะเห็นได้ชัดกว่า เพราะมันจะมีเรื่องของฮอร์โมนมาเกี่ยวข้องเขาจะแบบ sensitive มากอะไร เขาก็จะเห็นได้ชัดว่าเริ่มเหงือกอักเสบแล้วค่ะ”

อุปกรณ์ชิ้นเล็ก ๆ ที่ทันตแพทย์ใช้เรียกว่าอะไร

           “อันนี้เขาจะเรียกว่าเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ด้วยมือ ก็จะใช้หลังจากที่เราใช้เครื่องอัลตร้าโซนิค หรือเป็นเครื่องที่จะมีน้ำออกมามีเสียงดังมีน้ำแล้วก็จะมีการใช้เครื่องมือเหล่านี้ซ้ำอีกทีนึงในบริเวณซอกฟัน หรือบริเวณร่องเหงือกที่ตัวหัวขูดหินปูนอัลตร้าโซนิค เข้าไปทำความสะอาดได้ไม่ทั่วถึงแต่ถ้าเทียบจากรูปนี้บริเวณที่เป็นบริเวณที่เป็นหินปูนที่อยู่เหนือเหงือกเราสามารถกำจัดออกได้หมด แต่ถ้าเป็นบริเวณที่อยู่ใต้เหงือกลงไปข้างล่างลงไป หรืออาจจะเป็นแข็ง ๆ หน่อยเราอาจจะทำความสะอาดได้ไม่หมด ก็ต้องมีการใช้เครื่องมือเหล่านี้ช่วยในการแบบเคลียร์ส่วนที่เป็นหินปูนออกให้หมด เพราะว่าถ้าเราขูดเฉพาะบริเวณเหนือเหงือก ในบริเวณที่อยู่ผิวผิวฟันไม่ได้เอาบริเวณที่อยู่ใต้เหงือกออก หินปูนที่อยู่บริเวณใต้เหงือกก็จะเอื้อให้เชื้อแบคทีเรียอยู่ใต้เหงือกได้ยาวนานขึ้นความรุนแรงของโรคก็จะเพิ่มขึ้นอีกเรื่อย ๆ ค่ะ”

เสียง หรือความรู้สึกที่คล้าย ๆ กับมีการสั่นสะเทือนระหว่างการขูดหินปูน ส่งผลกระทบกับฟัน หรือไม่ อย่างไร

          “มุมมองของอาจารย์เลยนะ ถ้าเป็นคุณผู้หญิง ถ้าคุณไปสระผม ไดร์ผมเสียงดังได้ อาจารย์คิดว่าเสียงใน Ultra Sonic แต่มันมีน้ำเข้ามาทำให้เรารู้สึกอึดอัด แต่ก็ใช้เวลา 10 นาที 15 นาที ไม่ต่างจากไดร์ผมเลย ถ้าเราทนถ้าคุณผู้หญิงทนเสียงไดร์ผมได้ อาจารย์คิดว่าแป๊บเดียว คุณผู้ชายเหมือนกัน ถ้าคุณเอาแบตตาเลี่ยนโกนหนวดได้ อย่างนี้อาจารย์คิดว่าเสียงมันไม่ได้ทำให้เราน่าตกใจมาก แล้วก็มันเลือกไม่ได้เสียงเครื่องมือเราปรับขึ้นลงแบบเสียงเบาไม่ได้ แต่ปรับความแรงได้ ต่อให้เราใช้ความแรงแบบต่ำที่สุด เสียงมันก็ดังเท่ากับความแรงแบบปกติอยู่ดี ถือว่ามาทำผมสระผมเลยละกัน เรื่องเสียงอาจารย์เข้าใจเพราะว่าบางคนก็จะแบบประสบการณ์ทำฟันตอนเด็กแล้วมันน่ากลัว หรือว่าพอมีเสียงดังหน่อยแล้วแบบต้องมาอ้างปาก การมีน้ำมีอะไรอย่างนี้ มันรู้สึกลำบากอึดอัดก็เลยจะแบบเป็นการหาทางออก ด้วยการใช้อุปกรณ์ด้วยตัวเองได้ไหม ก็ในเมื่อถ้าเอาอุปกรณ์มาโชว์ก็ซื้อแบบนี้เลยแล้วก็เอาไปแบบนึ่งเองทำเองได้ไหม อาจารย์คิดว่ามันก็ยังสะอาดไม่พอ อาจารย์ก็คิดว่าถ้ามันทำให้เหงือกบาดเจ็บ ผลที่ตามมามันอันตรายกว่าอยู่ดี มาหากันเถอะอย่ากลัวเลยค่ะ”

อาการเสียวฟันระหว่างขูดหินปูน เป็นเรื่องปกติหรือไม่ อย่างไร

           “มี 2 แบบ แบบแรกมีหินปูนเยอะมาก หินปูนก็จะคลุมอยู่บริเวณผิวฟัน แล้วก็ผิวรากฟันเยอะมาก พอได้ถูกกระเทาะเอาหินปูนออกผิวฟัน ผิวรากฟันได้สัมผัสกับสิ่งภายนอกโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นน้ำ เป็นอากาศเป็นอุณหภูมิที่เปลี่ยนไป มันจะรู้สึกเสียว รู้สึกเหมือนไม่ปกติ แต่ระยะหนึ่งเมื่อฟันเราปรับตัวได้ความเสียวอาการเสียว จะลดลง อันนี้คือกรณีแรกกรณีที่เป็นโรคเหงือกเป็นแบบเยอะ ๆ มีหินปูนเยอะๆ

           กรณีที่สองก็คือเสียวเพราะว่ามันมีความ sensitive ของประสาทฟัน อันนี้ก็คือหินปูนไม่ได้เยอะ แต่ว่าบางคนอาจจะมีลักษณะของท่อนำประสาทฟันที่ตื้น หรือใกล้โพรงประสาทฟันมาก ก็จะเสียวได้ง่าย แต่ในกรณีที่เสียวมากจนไม่สามารถใช้เครื่องอัลตร้าโซนิคได้เลย อย่างที่อาจารย์บอกก็จะมาใช้เป็นตัวเฉพาะใช้เฉพาะแค่เป็นแฟนอินซูเม้นของเราก็ได้ ถ้าแบบหินปูนไม่ได้เยอะมากอะไร

           ซึ่งในกรณีของคนที่ท่อนำประสาทฟันตื้น ๆ แล้วเสียวง่ายบางทีก็จะมีการแนะนำให้ใช้ยาสีฟันที่มีสารกันเสียวบ้าง แล้วก็มีการทาสารกันเสียวให้คนไข้บ้างได้ ช่วย ๆ กันได้ แต่ว่ายังไงก็ตาม ก็คือการเสียวฟันกับการขูดหินปูน เป็นของคู่กัน แต่ว่าแต่ละคนนี้มากน้อยไม่เท่ากัน อย่างที่อาจารย์พูดกันไปก่อนหน้า คือมันสามารถปรับความแรงของเครื่องได้ ฉะนั้นเราเสียวฟันหรืออะไรก็สามารถบอกทันตแพทย์ได้ว่าตอนนี้ Level นี้เรารู้สึกไม่สบายรู้สึกเสียวฟัน แต่ถ้าคุณหินปูนเยอะคุณต้องทำใจนะคุณจะมาบังคับเราว่าเสียวฟันไม่ใช้เครื่องไม่ได้ค่ะ”

การขูดหินปูนในเด็ก เขาต้องมาเจออุปกรณ์ที่มีเสียงดัง ๆ แบบนี้ หรือไม่ อย่างไร

           “ถ้าพูดถึงเด็ก ๆ ในที่นี้สำหรับอาจารย์คืออายุต่ำกว่า 12 ขวบ เขายังอายุน้อย แล้วปัจจัยอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของฮอร์โมน ความเป็นกรดด่างของน้ำลาย อาหารการกินของเด็กกับผู้ใหญ่ต่างกัน โอกาสที่เด็กมาแล้วจะพัฒนามาเป็นอย่างนี้เลยน้อย ก็จะเป็นหินปูนแบบที่เป็นแบบขี้ฟัน แล้วก็เป็นอย่างอื่น ๆ นิ่ม เพราะว่าอาหารเสริมของเด็กก็จะเป็นกลุ่มคาร์โบไฮเดรต ที่เป็นนม เป็นแป้ง เวลามาทำฟันบางทีไม่ได้ใช้แบบเหมือนผู้ใหญ่ทั้งหมด อาจจะเป็นการขัดฟันด้วยผงขัดกับหัวยางก่อนแล้วก็เป็นการใช้เครื่องมือชุดเดียวกัน แหลมคมเหมือนกัน แต่ว่าไม่ได้กดลงไปที่ใต้เหงือกมาก

            ถ้าเด็กบางคนเก่งขึ้นมาหน่อยสามารถใช้เครื่องมือที่มีเสียงดังได้ก็จะใช้ Ultra Sonic ที่มีความแรงระดับต่ำ ๆ ถามว่าเด็กเท่าผู้ใหญ่ไหม ถ้าเป็นเด็กอาจารย์เห็นค่อนข้างน้อย ยกเว้นกลุ่มเด็กพิเศษที่มีความบกพร่องที่ไม่สามารถจะดูแลตัวเองได้ แล้วก็เป็นโรคทางพันธุกรรมบางโรคที่จะเอื้อให้โรคเหงือกเป็นรุนแรงในกลุ่มนี้ การรักษามันก็จะมีเป็นอีกแนวทางหนึ่ง ก็คือเป็นการดมยาสลบ แล้วก็ขูดหินปูนแบบเต็มรูปแบบให้กับเขา มีทางเลือกเหมือนกัน อยู่ขึ้นอยู่กับว่าต้องใช้รูปแบบไหนค่ะ”

สิ่งที่อยากฝากทิ้งท้ายเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปาก

            “อยากให้ทุกคนไม่กลัวหมอฟัน อาจารย์ก็ไม่รู้จะพูดยังไงจริง ๆ อาจจะรู้สึกว่าหมอฟันไม่ได้น่ากลัว แต่สิ่งที่คนไข้กลัวคืออุปกรณ์ของเรา ซึ่งอย่างที่อาจารย์บอกเราเลือกไม่ได้มันต้องมีเสียง ฉะนั้นถ้าไม่ได้กลัวหมอก็อย่ากลัวเสียงที่หมอใช้ทำฟัน อยากให้ทุกคนเข้ามาตรวจก่อน ถ้ามาเช็คเข้ามาเป็นการแบบ check up ก็ได้ว่าสุขภาพช่องปากเราเป็นยังไงให้ได้รู้ว่าต้องได้รับการดูแลช่องปากของตัวเองใน Level ไหน เข้ามาแชร์กันว่าคุณต้องใช้อุปกรณ์อะไรนี่คือเบื้องต้น

            แต่สำหรับในกลุ่มเด็ก ๆ ก็อยากจะฝากผู้ปกครองให้ช่วยดูในเรื่องของการแปรงฟันซ้ำ การพาเด็กเข้ามาพบแพทย์ตั้งแต่เด็กๆ พอเด็กโตขึ้นเขาจะได้ไม่กลัวแบบเรา ๆ แล้วก็สุดท้ายในเรื่องของอุปกรณ์ที่เป็น Topic ของเราเรื่องของการใช้เครื่องมือที่เป็นอุปกรณ์ขูดหินปูนเองซื้อมาเอง อาจารย์ก็ยังยืนยันไม่แนะนำ แต่ถ้าเป็นอุปกรณ์ทำความสะอาดแบบพวกแปรงเหล่านี้ สามารถซื้อใช้ได้ตามสะดวกเลยค่ะ”