“ไอระเหยบุหรี่ไฟฟ้า” ไม่ปลอดภัย กระทบสุขภาพชัด

          

          ศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการวามรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) กล่าวถึง “รายงานส่วนประกอบไอระเหยบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์และผลกระทบต่อสุขภาพ ปี พ.ศ. 2563” ว่า นับเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับ “บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ หรือ บุหรี่ไฟฟ้า” เมื่อถูกกลุ่มผู้ผลิตบุหรี่ไฟฟ้านำเสนอว่า เป็นสิ่งที่ไม่มีควันจากการเผาไหม้จึงปลอดภัยกว่าบุหรี่  ทั้งนี้ ผลการศึกษาพบว่า บุหรี่ไฟฟ้ามีของเหลวที่มีส่วนผสมของนิโคตินและสารเคมีอื่น ๆ เมื่อมีความร้อนจะทำให้ของเหลวกลายเป็นไอระเหย ซึ่งส่วนประกอบหลักของบุหรี่ไฟฟ้า คือ

          1) “โพรไพลิน ไกลคอล” เมื่อนำมาใช้เป็นส่วนที่ทำให้เกิด “ไอระเหยบุหรี่ไฟฟ้า” เป็นสิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่ง เพราะทำให้เกิดเลือดออกในโพรงจมูกได้ และเกิดการระคายเคืองของทางเดินหายใจตอนบน เมื่อใช้ในปริมาณที่มากและเป็นเวลานานจะเกิดอาการเป็นพิษทั้งระบบประสาทส่วนกลาง หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ มีอาการชัก

          2) “นิโคติน” เป็นสารเสพติดที่มีอานุภาพการเสพติดสูง เมื่อมีการสูดไอระเหยบุหรี่ไฟฟ้าเข้าไปนิโคตินจะถูกดูดซึมอย่างรวดเร็วเข้าสู่กระแสเลือดและสมองภายใน 10 วินาที และผู้เสพบุหรี่ไฟฟ้ายังสามารถเพิ่มสารนิโคตินในการสูบแต่ละครั้งได้สูงกว่าบุหรี่ ซึ่งนอกจากการเสพติด นิโคตินยังทำให้อัตราการเต้นของหัวใจสูง ความดันโลหิตสูง ภาวะหลอดเลือดสมองหดตัวเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง

          3) “สารปรุงรส” เพื่อแต่งรสชาติ มีให้เลือกหลากหลาย ซึ่งอยู่ในของเหลวของบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อให้ผู้สูบมีความพึงพอใจในรสชาติสำหรับผู้ที่สูบเป็นครั้งแรกโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น

          “ซึ่งบุหรี่ไฟฟ้ายังส่งผลกระทบสุขภาพต่อระบบทางเดินหายใจและปอด โดยรายงานการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ New England Journal of Medicine เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2562 มีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสาเหตุของโรคปอด โดยพบว่าผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าทำให้เกิดปอดอักเสบรุนแรง หรือ อิวาลี่ (EVALI) ซึ่งในเดือนมกราคม พ.ศ. 2563 ประเทศสหรัฐอเมริกาพบผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าป่วยปอดอักเสบรุนแรง 2,668 ราย และตายถึง 60 ราย รวมถึงมีรายงานการป่วยและตายในอีกหลายประเทศ  ทั้งนี้ สรุปได้ว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่กลุ่มผู้ผลิตบุหรี่ไฟฟ้าพยายามโน้มน้าวให้เกิดความเข้าใจที่ผิด  ดังนั้น ประเทศไทยจึงควรห้ามนำเข้าและขายบุหรี่ไฟฟ้าทุกประเภทต่อไป” ศ.นพ.รณชัย กล่าว