สคร.2 พิษณุโลก ชวนประชาชนตรวจเลือดหาเชื้อ HIV ตรวจฟรี ปีละ 2 ครั้ง

         

          นายแพทย์ศรายุธ อุตตมางคพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 2 พิษณุโลก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เนื่องในวันรณรงค์ตรวจเอชไอวี 1 กรกฎาคม กรมควบคุมโรค ขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมรณรงค์ตามแนวคิด “New Normal – New HIV Testing : เอชไอวี ตรวจฟรี รู้เร็ว รักษาเร็ว ป้องกันได้” ให้ประชาชนเข้าใจและเห็นความสำคัญของการรู้สถานะการติดเชื้อของตนเองเพื่อดูแลสุขภาพ และการวางแผนดำเนินชีวิตแนวใหม่ (New Normal) ลดปัญหาการเจ็บป่วยและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งปัจจุบันมุ่งเน้นการป้องกันและดูแลรักษาสุขภาพของตนเองเพื่อให้ปลอดภัยจากโรคติดต่อต่างๆ การตรวจหาเชื้อเอชไอวีก็เป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน และกลุ่มประชากรเฉพาะ ได้แก่ กลุ่มชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย กลุ่มพนักงานบริการ กลุ่มสาวประเภทสอง และกลุ่มใช้สารเสพติดชนิดฉีด โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ส่งเสริมการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ปี 2563 มีประเด็นสื่อสาร คือ “New Normal – New HIV Testing : เอชไอวี ตรวจฟรี รู้เร็ว รักษาเร็ว ป้องกันได้”

          ตรวจฟรี รู้เร็ว : ตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีแบบรู้ผลในวันเดียว สำหรับคนไทยที่มีบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก ครอบคลุมทุกกลุ่มวัย รวมไปถึงผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปีสามารถเข้ารับบริการตรวจหาเชื้อเอชไอวีโดยความสมัครใจ ตรวจฟรี ปีละ 2 ครั้งได้ที่โรงพยาบาลทุกแห่ง

          รักษาเร็ว : เข้าสู่ระบบการรักษาด้วยยาต้านไวรัส ทำให้ไม่มีอาการเจ็บป่วยด้วยโรคเอดส์ และมีสุขภาพดี โดยกินยาอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ จนสามารถกดปริมาณไวรัสในกระแสเลือดลงต่ำ ซึ่งจะไม่ถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีผ่านทางเพศสัมพันธ์ ช่วยลดโอกาสถ่ายทอดเชื้อไปสู่ผู้อื่น และสามารถวางแผนการตั้งครรภ์ด้วยวิธีธรรมชาติ ดังนั้น ต้องส่งเสริมให้ผู้มีเชื้อเอชไอวีเข้ารับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสเร็วที่สุด

          ป้องกันได้ : โดย 1.หากพบว่าติดเชื้อเอชไอวี จะได้รับบริการปรึกษาโดยความสมัครใจและเป็นความลับ การรักษาด้วยยาต้านไวรัสโดยเร็ว รวมทั้งบริการดูแลสุขภาพต่างๆที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การป้องกันการถ่ายทอดเชื้อแก่คู่และการชวนคู่มาตรวจ เป็นต้น 2.หากพบว่าไม่ติดเชื้อเอชไอวี จะได้รับบริการปรึกษาเพื่อป้องกันให้ปลอดภัยจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ และมีทางเลือกอื่น เช่น การใช้ยาป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อเอชไอวี (PrEP) การใช้ยาป้องกันหลังการสัมผัสเชื้อเอชไอวี (PEP) การใช้เข็มและอุปกรณ์ฉีดสะอาด เป็นต้น หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422