นักวิจัย มน.ได้ทุนวิจัยถั่วลิสงกาฬสินธ์ุ 2 คาดพัฒนาเป็นสารสกัดส่งเสริมสุขภาพ

                  

          ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อภินันท์ ลิ้มมงคล และนางสาวภัทราภร ฉายจรุง จากภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เล่าให้ฟังเบื้องต้นว่า หัวข้อการศึกษาวิจัย เรื่อง “การเพิ่มผลผลิตสารสตีลบินในการเพาะเลี้ยงรากลอยถั่วลิสงโดยการกระตุ้นด้วยไคโตซาน เมทิลจัสโมเนต และ ไซโคลเดกซ์ทริน” เป็นการศึกษาวิจัยที่อยู่ในโครงการทุนวิจัยบัณฑิตศึกษา ด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563

         นอกจากนี้ ตัวแทนทีมวิจัย ยังเล่าให้ฟังเบื้องต้นเกี่ยวกับที่มาของการศึกษาดังกล่าวอีกว่า ถั่วลิสง (Arachis hypogaea L.) เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญที่เกษตรกรไทยนิยมนำมาเพาะปลูก เนื่องจากเป็นพืชที่ปลูกง่ายและมีผลผลิตตลอดปี โดยการศึกษาครั้งนี้จะเลือกเป็นถั่วลิสงสายพันธุ์กาฬสินธุ์ 2 ซึ่งถั่วลิสงนั้นเป็นพืชที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ประกอบไปด้วย วิตามินอี วิตามินบี 1 โฟเลท โปรตีน และไขมันอิ่มตัวเชิงเดี่ยว เป็นต้น มีรายงานการศึกษาที่พบว่า ถั่วลิสงสายพันธุ์กาฬสินธุ์ 2 ที่เพาะให้งอกในระยะเวลาต่าง ๆ กัน จะมีการสะสมของสารทุติยภูมิในกลุ่มสตีลบิน ซึ่งมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ และมีสารในกลุ่มฟิโนลิกปริมาณสูง

         ในปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีชีวภาพการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อรากลอยมาประยุกต์ใช้ในการศึกษากระบวนการสังเคราะห์สารทุติยภูมิ เนื่องจากสามารถเพิ่มผลผลิตได้อย่างรวดเร็วและมีความเสถียรทางพันธุกรรมสูง และจากตัวอย่างการศึกษา พบว่า รากลอยเพาะเลี้ยงสามารถผลิตสาร resveratrol และสารกลุ่มสตีลบินสำคัญที่พบได้ในถั่วลิสง ได้แก่ trans-arachidin-1 และ trans-arachidin-3 โดยมีรายงานการศึกษาว่าสารกลุ่มดังกล่าวมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ และมีรายงานการศึกษาอีกว่า การประยุกต์ใช้ตัวกระตุ้นเมทิลจัสโมเนต (MeJA) ร่วมกับ ไซโคลเดกซ์ทริน (CD) พบว่า สามารถกระตุ้นรากลอยถั่วลิสงเพาะเลี้ยงให้สร้างสารกลุ่มสตีลบินในปริมาณมาก

         สำหรับการศึกษานี้ ผู้วิจัยได้เลือกศึกษาการผลิตสารกลุ่มสตีลบินในรากลอยของถั่วลิสงด้วยตัวกระตุ้นไคโตซาน (CHT) ร่วมกับ MeJA และ CD ข้อดีของไคโตซาน คือ เป็นสารพอลิเมอร์ที่ได้จากธรรมชาติ พบได้มากในเปลือกของสัตว์ จำพวก กุ้ง ปู แมลง ปลาหมึก สามารถย่อยสลายได้เองโดยกระบวนการทางธรรมชาติ มีความปลอดภัย ราคาไม่แพงและไม่ก่อให้เกิดมลภาวะทางด้านสิ่งแวดล้อม

         ดังนั้น ไคโตซานจึงเหมาะสมในการนำมาใช้เป็นตัวกระตุ้นเพื่อเพิ่มการสังเคราะห์ปริมาณสารกลุ่มสตีลบินในรากลอยถั่วลิสงเพาะเลี้ยงให้ได้ในปริมาณมาก ซึ่งสามารถนำมาพัฒนาเป็นสารสกัดส่งเสริมสุขภาพต่อไป ก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจจากผลิตผลทางการเกษตร และก่อให้เกิดผลกระทบทางสร้างสรรค์ในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนจากผลิตผลทางการเกษตรในอนาคต รวมถึงการศึกษาวิจัยครั้งนี้ผลที่คาดว่าจะได้รับผ่านการศึกษาวิจัยจริง และเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ที่น่าเชื่อถือ (ติดตามคลิปวิดีโอสัมภาษณ์เร็ว ๆ นี้)