สปสช.เขต 2 พิษณุโลก ชวนกลุ่มเสี่ยงฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ลดความสับสนการวินิจฉัยโควิด – 19

          ขณะนี้ประเทศไทยประสบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด – 19 โดยผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่และมีกลุ่มเสี่ยงภาวะรุนแรง เสียชีวิต เป็นกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่นเดียวกัน ดังนั้นเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและลดความรุนแรงของโรคไข้หวัดใหญ่ในกลุ่มเสี่ยง และป้องกันความสับสนในการวินิจฉัยและดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีอาการทางระบบทางเดินหายใจในช่วงที่มีการระบาดของโรคโควิด – 19  สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จึงมีการรณรงค์ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลเร็วขึ้น มาพบกับรายละเอียดการถามตอบในประเด็นต่าง ๆ โดยมี ทันตแพทย์สันติ ศิริวัฒนไพศาล ผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 2 พิษณุโลก มาติดตามข้อมูลกันเลย

คำถาม : การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ มีความสำคัญอย่างไร

          “โรคไข้หวัดใหญ่เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจแบบเฉียบพลัน จะพบได้บ่อยในประชากรทุกกลุ่มอายุ อาการเหมือนไข้หวัดธรรมดาทั่ว ๆ ไป แต่ว่ามีภาวะแทรกซ้อนที่เป็นรุนแรงกว่า เช่น อาจจะมีปอดบวม สมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เมื่อมีอาการจะรุนแรงกว่าไข้หวัดทั่วไป ถ้าเกิดไปเป็นในประชากรกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ หรือว่าเด็กเล็ก จะทำให้อาการรุนแรงมากขึ้นและอาจจะทำให้เสียชีวิตได้ หากว่าเราสามารถป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้ก่อนจะลดโอกาสเจ็บป่วยตรงนี้ลงได้ การสูญเสียชีวิตหรือว่าค่ารักษาพยาบาลจำนวนมากก็จะลดลง เราอยากให้พี่น้องประชาชนมีภูมิคุ้มกันที่เร็วขึ้น ประกอบกับช่วงนี้เป็นช่วงที่โควิดระบาดด้วย อาการโควิดกับไข้หวัดจะคล้าย ๆ กัน มีไข้สูง ไอ เหนื่อยหอบ ถ้าได้รับการฉีดวัคซีนไปอย่างน้อยก็จะได้รู้ว่าไม่ได้เป็นไข้หวัดใหญ่ อาจจะเป็นโควิด ก็จะช่วยในการวินิจฉัยโรคได้ดีขึ้น สำคัญสุดคือฉีดก่อนมีภูมิคุ้มกันก่อน

          ทั้งนี้ ทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้บรรจุเรื่องของวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลเป็นสิทธิประโยชน์ภายใต้กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จะกำหนดให้ประชาชนทุกสิทธิ์ ไม่ใช่เฉพาะประชาชนที่ถือบัตรหลักประกันสุขภาพ เพราะว่าถ้าเป็นเรื่องของส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคเราจะดูแลทุกสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ ประกันสังคม หรือสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยได้บรรจุเมื่อปี 2551 มาจนถึงปัจจุบันซึ่งทาง สปสช. เป็นหน่วยงานที่จัดเตรียมจัดหาวัคซีน โดยมีการสั่งซื้อจากต่างประเทศ วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ต้องจองเป็นปี มีการสั่งซื้อมาประมาณ 4 ล้านโด๊ส ถ้าตามงบประมาณที่ได้จะดูแลพี่น้องประชาชนกลุ่มเสี่ยงก่อน เพราะว่า 4 ล้านโด๊ส ไม่เพียงพอกับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นจึงเลือกคนที่มีโอกาสเสี่ยงสูง เนื่องจากหากเป็นไข้หวัดใหญ่แล้วจะมีอาการที่รุนแรง จึงเลือกประชากร 7 กลุ่มเสี่ยง ควรให้ได้รับวัคซีนก่อน

          สำหรับกลุ่มเสี่ยงทั้งหมดก็จะเป็น 7 กลุ่ม กลุ่มแรกคือหญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป แต่ว่ากรณีหญิงตั้งครรภ์ที่อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไปเราจัดหาวัคซีนไว้ฉีดได้ทั้งปี กลุ่มเสี่ยงที่สอง เด็กอายุ 6 เดือนถึง 2 ปีทุกคน ก็จะได้รับการฉีด ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง เช่น เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เป็นโรคหืด โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง ไตวาย หรือเป็นโรคมะเร็งที่อยู่ระหว่างได้รับเคมีบำบัด พูดง่าย ๆ คือ คนกลุ่มนี้มีภาวะเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูง และก็จะเป็นโรคที่รุนแรงขึ้น กลุ่มถัดมา จะเป็นคนไข้ที่เป็นโรคธาลัสซีเมีย หรือโรคที่มีระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง อาจจะเป็นกลุ่มที่ติดเชื้อ HIV ที่มีอาการด้วยก็ได้ ร้ายสุดเลยก็คือคนที่น้ำหนักตัวเยอะ เป็นโรคอ้วน น้ำหนักมากกว่า 100 กิโลกรัมขึ้นไป มีค่า BMI มากกว่า 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร สุดท้ายก็คือคนที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป จำง่าย ๆ คือ เด็ก คนที่มีโรคประจำตัวที่เป็นโรคเรื้อรัง ผู้สูงอายุ”


คำถาม : การฉีดวัคซีนเราจะต้องฉีดทุกปีหรือไม่ อย่างไร

          “คงต้องนำเรียนว่าเชื้อไข้หวัดใหญ่แต่ละปีเขาก็อยากมีชีวิตอยู่ เขาก็จะพัฒนาตัวเองเพื่อให้ต่อต้านกับตัววัคซีนได้ เพราะฉะนั้นเชื้อแต่ละปีจะเป็นคนละชนิดกัน ฉีดวัคซีนปีนี้จะป้องกันปีหน้าไม่ได้ ต้องฉีดทุกปี เขาจะนำสายพันธุ์ที่มีการระบาดเยอะ ๆ ไปทำตัววัคซีน ทุกคนต้องได้รับการฉีดวัคซีนทุกปี ไม่สามารถจะเป็นภูมิคุ้มกันตลอดสามปีห้าปีไม่ได้ ฉีดปีต่อปีครับ

          แต่ว่าจำนวนวัคซีนเรามีแค่ 4 ล้านโด๊สเท่านั้นเอง ต้องไปเข้าระบบในการที่จะลงทะเบียนเพื่อรับการฉีด เราใช้คำว่า First Come First Served มาก่อนได้ก่อน แต่ว่าระบบของโรงพยาบาลเขาก็จะมีระบบนัดหมาย บันทึกอะไรไว้ ยังไงก็ตามเราก็ไม่อยากให้คน พอบอกว่าใครไวใครได้ เดี๋ยวคนก็จะไปเฮละโลไป ตอนนี้โควิดก็กำลังระบาด คืออาจจะได้ไปฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลแต่จะไปติดโควิดกลับมา เขาจะมีระบบที่จะนัดหมายลงทะเบียนเพื่อจะไม่ให้ไปแออัดกันที่โรงพยาบาล”


คำถาม : การฉีดวัคซีนเราก็มีการฉีดกันทุกปี แน่นอนว่าเมื่อมีการฉีดวัคซีนเราอาจจะได้รับผลตอบรับเข้ามาเป็นจำนวนมาก ทาง สปสช.จะมีแนวทางในการดูแลอย่างไร เช่น บางกลุ่มปีนี้ได้ฉีด ปีหน้าก็ได้ฉีด แล้วในอนาคตเรามีโอกาสที่จะจัดสรรปันส่วนว่าคนเคยฉีดแล้ว ควรจะต้องยอมเสียสละให้กับคนที่ยังไม่เคยฉีดมีโอกาส จะเป็นไปได้ มากน้อยเพียงใด

          “ก็คงจะบริหารจัดการกันต่อไป ในหลักของเราคงไม่ใช่ว่าคนเคยฉีดปีนี้แล้วปีหน้าไม่ได้ฉีด คงไม่ใช่อย่างนั้น เพราะว่าคนที่ฉีดปีนี้ปีหน้าก็ไม่มีภูมิคุ้มกัน เขาก็เหมือนคนปกติ แต่ว่าทำอย่างไรทาง สปสช. จะสามารถเสนอต่อรัฐบาลในการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม คงเป็นประเด็นที่จะหาตัววัคซีนมาให้มากที่สุดได้อย่างไรมากกว่า แล้วเราก็จัดสรรในกลุ่มที่จำเป็นจริง ๆ วัคซีนก็เหมือนทั่ว ๆ ไป ต้องเข้าไปในร่างกายเพื่อให้ตัวเชื้อวัคซีนอาจจะเป็นเชื้อเป็นหรือเชื้อตายที่เข้าไป จะทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายขึ้นมาต่อสู้เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในตัวเองแปลว่ามันต้องใช้ระยะเวลาหนึ่งนะครับ ไม่ใช่ว่าฉีดปุ๊บมีภูมิคุ้มกันปั๊บ มันจะมีระยะเวลาของมันที่ว่าฉีดเข้าไปสักสองถึงสามวันภูมิคุ้มกันในร่างกายจะค่อย ๆ เกิดขึ้น

          ตัววัคซีนถ้าว่าตามจริงแล้วในสองสัปดาห์ภูมิคุ้มกันถึงจะขึ้น แต่ว่าผลข้างเคียงจากการใช้วัคซีนอาจจะมีในกรณีแรกก็คือแพ้ ถ้าแพ้ก็อาจจะเกิดขึ้นภายในสองถึงสามนาทีหรือไม่ก็สองถึงสามชั่วโมง ปกติแล้วฉีดวัคซีนตัวนี้แล้วจะให้คนไข้นั่งรอก่อนว่าจะมีอาการแพ้หรือไม่ อาการก็อาจจะหายใจไม่สะดวก หอบหืด เป็นผื่น ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็จะดูแลให้ก่อน แต่ว่าอาการไม่เกี่ยวกับแพ้ก็เป็นไปได้ที่บางคนฉีดแล้ววันรุ่งขึ้นอาจจะมีไข้หรือว่าบริเวณที่ฉีดอาจจะมีอาการบวมแดงขึ้นมาได้ ทานยาแก้ปวดลดไข้ก็หายครับ”


คำถาม : ในพื้นที่ของ สปสช. เขต 2 พิษณุโลก ที่ดูแลอยู่การเข้ารับบริการหรือกระบวนการในการเข้าฉีดมีการจัดระบบยังไงบ้างครับ

          “หน่วยบริการทุกแห่งตั้งแต่โรงพยาบาลจนถึงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จะนัดหมายให้ลงทะเบียน ก็ไปติดต่อครับ ถ้าท่านอยู่ใกล้ รพ.สต. อะไรก็ไปติดต่อ รพ.สต. นั้น ถ้าท่านหน้าบัตรเป็นโรงพยาบาลก็ไปติดต่อโรงพยาบาล เขาจะมีระบบบันทึกให้คิวไว้ครับ แต่ละพื้นที่อาจจะจัดการไม่เหมือนกัน ผมแนะนำว่าให้ติดต่อโรงพยาบาลหรือ รพ.สต. ที่ใกล้บ้านท่านดีกว่าครับ”