รู้จักเทคโนโลยีที่ใช้ให้บริการทางการแพทย์ฉุกเฉินทางไกลในชนบท

จากการดำเนินงานการใช้เทคโนโลยีการให้ความปรึกษาทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยเด็กที่มีภาวะโรคหัวใจ
ในเขตสุขภาพที่ 2 ส่วนหนึ่งในโครงการพัฒนาต้นแบบของเทคโนโลยีที่ช่วยในการพัฒนาคุณภาพการให้บริการทางการแพทย์ฉุกเฉินทางไกลในชนบท
โดยผ่านเครือข่ายดิจิทัลความเร็วสูง (ระยะที่ 2)

          ศาสตราจารย์ ดร.ไพศาล มุณีสว่าง คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวร ในฐานะหัวหน้าโครงการฯ เล่าให้ฟังว่า “หาก Focus Tele medicine กับการรักษาผู้ป่วย จะมีหลาย Case เช่น ผู้ป่วย ICU ผู้ป่วยฉุกเฉิน แต่สิ่งที่เราจะเริ่มต้น คือ การรักษาโรคของเด็กแรกเกิดที่มีความผิดปกติทางด้านหัวใจ โดยหลัก คือ การ Setup ระบบโรงพยาบาลต้นทาง เช่น โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ และมีการปรึกษากับแพทย์หญิงวรวรรณ ที่อยู่ที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจของเด็กแรกเกิด ดังนั้น อุปกรณ์ที่ Setup ที่โรงพยาบาลต้นทาง คือ เป็นการที่จะนำสัญญาณเครื่องมือเปลี่ยนสัญญาณ เช่น Adapter เพื่อที่จะไป Plugin เชื่อมต่อกับเครื่องวัดสัญญาณ Ultrasound และจะมี Tablet ที่สามารถถ่าย VDO ในขณะที่คุณหมอตรวจดูผู้ป่วย รวมถึง VDO ที่มาจาก Ultrasound และส่งไปให้กับคุณหมอวรวรรณ ที่อยู่ที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อที่จะได้เห็นจาก Tablet หรือโทรศัพท์มือถือ ในกรณีที่อยู่นอกพื้นที่ โดยจะได้เห็นสัญญาณพร้อมกันกับเวลาที่ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัย โดยสัญญาณภาพทั้งสอง Channel โดย Ultrasound จะมีความละเอียด ที่คุณหมอจะสามารถดูความผิดปกติของโรคหัวใจเด็ก ดูความชัดเจน และสามารถที่จะให้คำปรึกษา วินิจฉัยโรคได้อย่างทันท่วงที

          โครงการ Tele medicine มีมาหลายสิบปีแล้ว เนื่องจากเทคโนโลยีได้เปลี่ยนไปเร็วมาก เพราะเทคโนโลยีรุ่นใหม่ เช่น แว่น Hologram เป็นลักษณะของความจริงเสมือนที่ผลิตจาก Microsoft และแว่น Google Glass จาก Google สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับโครงการ Tele medicine ได้เป็นอย่างดี เพราะว่าสามารถที่จะส่งภาพ เสียง และความคมชัดของ VDO ได้ดีมาก จะไปตอบโจทย์ของผู้ใช้งาน เมื่อก่อนเคยส่งแต่ Video Line เคยส่งเฉพาะ Video Conferencing กัน ซึ่งมีความยุ่งยากมากในการสื่อสาร การที่จะระบุไปที่ตำแหน่งต่าง ๆ ของร่างกายผู้ป่วย การที่จะบอกให้พยาบาลต้นทาง ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการวินิจฉัยทำไปด้วยความยุ่งยาก เพราะการสื่อสารด้วยวาจาหรือ VDO มีข้อจำกัด

          แต่ถ้ามีอุปกรณ์ที่มีลักษณะเป็น Pointer ลักษณะของ Haptic Device ที่เป็น Mouse สามารถเคลื่อนที่ได้ 360 องศา และสามารถที่จะกำหนดจุดที่คุณหมอต้องการจะเห็นได้ แล้วดูสัญญาณได้แบบ Realtime จะง่าย เปรียบเสมือนว่า คุณหมออยู่หน้างานที่มีผู้ป่วย อันนี้ก็เป็นส่วนที่แก้ปัญหาจากเดิมมา” ศาสตราจารย์ ดร.ไพศาล มุณีสว่าง คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวร ในฐานะหัวหน้าโครงการฯ กล่าว

(สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2563)