ถอดบทเรียน ความพร้อมด้านเทคโนโลยีการแพทย์ทางไกล สู่สถานการณ์ COVID – 19

           การแพทย์ทางไกล ให้ความสำคัญที่ว่า แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ สามารถปรึกษากัน เพื่อรักษาผู้ป่วยได้ทันท่วงที Anywhere Anytime ผ่านเทคโนโลยีที่มีความเกี่ยวข้อง ซึ่งมีการศึกษาพัฒนามาอย่างต่อเนื่องมากว่า 10 ปี และยังคงที่จะต้องมีการศึกษาพัฒนาเป็นรายกลุ่มเพิ่มเติมต่อไป เพื่อใช้ในทำงานร่วมกัน เพราะว่าการทำงานด้วยระบบเทคโนโลยี จะไม่จบที่เรื่องของเทคโนโลยี แต่จะเป็นการบริหารจัดการของผู้ที่จะทำงานร่วมกันด้วย เพราะฉะนั้นการสร้างคณะทำงานร่วมกันในเบื้องต้น จะทำให้นำคนที่มีความคิดเห็นตรงกัน มาศึกษาว่าเทคโนโลยีจะแก้ปัญหาในเรื่องของการช่วยเหลือผู้ป่วย

          โดยความพร้อมของเทคโนโลยี ทางผู้วิจัยได้เริ่มต้นจากการศึกษาผู้ป่วยจากหนึ่งโรงพยาบาลก่อน และสองโรงพยาบาล และค่อย ๆ แก้ปัญหามาเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสัญญาณ Internet การวางสัญญาณ Internet ในแต่ละจุดก็เป็นสิ่งสำคัญสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องมีความแรงพอสมควร อุปกรณ์ติดตั้งต่าง ๆ ที่ได้แก้ไขไปโดยลำดับ เรื่องของ Software ที่ใช้ในการสื่อสารกันระหว่างต้นทางกับปลายทาง รวมถึงการฝึกปฏิบัติ และ Training ในระยะเวลาที่สั้นที่สุด เพราะเขามีเวลาจำกัด และสั้นที่สุดที่จะสามารถเรียนรู้ได้ และไม่ให้เป็นการเพิ่มภาระงานให้กับผู้ใช้

          จากแนวคิดและการศึกษาพัฒนาจริงข้างต้น ที่เป็นส่วนหนึ่งของการร่วมพูดคุยกับ ศาสตราจารย์ ดร.ไพศาล มุณีสว่าง คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวร ในฐานะหัวหน้าโครงการพัฒนาต้นแบบของเทคโนโลยีที่ช่วยในการพัฒนาคุณภาพการให้บริการทางการแพทย์ฉุกเฉินทางไกลในชนบท โดยผ่านเครือข่ายดิจิทัลความเร็วสูง (ระยะที่ 2) จากการประชุมความร่วมมือด้านการใช้เทคโนโลยีการให้ความปรึกษาทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยเด็กที่มีภาวะโรคหัวใจ ในเขตสุขภาพที่ 2 ที่ผ่านมา ทำให้ฉุกคิดว่าสิ่งที่ภาคส่วนต่าง ๆ กำลังช่วยกันเร่งดำเนินการ เพื่อลดการแพร่ระบาดของโรค COVID -19 อยู่ขณะนี้ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการวางแผน แล้วลองนำมาดำเนินการ ติดตามประเมินผลดูปัญหา อุปสรรคที่เกิดขึ้น เช่น การดำเนินงานแบบออนไลน์ในการเรียนการสอน การทำงานที่บ้าน เป็นต้น เพื่อให้ทราบถึงสิ่งที่จะต้องเรียนรู้ แก้ไข และพัฒนา รองรับกับสถานการณ์ปัจจุบันและในอนาคต

(สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2563)