อาจารย์ด้านจิตวิทยา คณะสังคมฯ ม.นเรศวร ฝากหลัก 9 ข้อ ประเมินภาวะซึมเศร้าได้ด้วยตัวเอง

          ผศ.ดร.กันตพัฒน์ อนุศักดิ์เสถียร อาจารย์ประจำภาควิชาจิตวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ศึกษาวิจัย เรื่อง ประเมินภาวะซึมเศร้าในนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นผลงานจากการประกวดรางวัลการนำเสนอผลงานดีเด่น งานประชุมวิชาการระดับชาติ “นเรศวรวิจัย” ครั้งที่ 14 ที่ผ่านมา โดยได้กล่าวถึงจำนวนผู้ป่วยโรคซึมเศร้าเกิดขึ้นในประเทศไทยมีจำนวนที่สูงมากกว่าที่คิด และเป็นเรื่องที่ใกล้ตัว

          ผศ.ดร.กันตพัฒน์ เล่าให้ฟังว่า จากการรายงานข้อมูลของหน่วยงานด้านสาธารณสุข สื่อมวลชน พบว่า มีผู้เสียชีวิตจากโรคซึมเศร้าเฉลี่ย 10 คน ต่อ 1 วัน และจากการจัดอันดับประเทศที่มีการฆ่าตัวตายสูงสุดนั้นประเทศไทยติดอันดับที่ 3 รองจากประเทศญี่ปุ่น และสวีเดน

          รวมถึงจากการคาดการณ์ขององค์การอนามัยโลก ที่ให้ข้อมูลว่า ในปี 2563 โรคซึมเศร้าที่เคยติดอันดับ 2 จะขยับอันดับขึ้นมาเป็นอันดับที่ 1 ประกอบกับผลการศึกษาที่พบอีกว่า สามารถพบผู้ป่วยโรคซึมเศร้าได้ตั้งแต่วัยเด็กอายุ 15 ปี ขึ้นไป จึงทำให้เป็นที่มาของการศึกษาวิจัยในเรื่องดังกล่าว

          สำหรับผลที่ได้จากการศึกษา เรื่อง ประเมินภาวะซึมเศร้าในนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง พบข้อมูลที่น่าเป็นห่วง คือ จากกลุ่มตัวอย่างการศึกษา 1,200 คน พบผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าแฝง 36% หรืออาจจะกล่าวง่ายๆ ว่า ในนักศึกษาที่เดินมาด้วยกัน 3 คน จะมีอยู่ 1 คน ที่มีภาวะซึมเศร้าแฝง ซึ่งถือว่าเป็นเกณฑ์ที่สูง แต่ภาวะดังกล่าวยังไม่ได้พัฒนากลายเป็นโรค

          อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มของผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าแฝงจะสามารถจางหายไปเป็นปกติได้ หากอยู่ในกลุ่มเพื่อนที่ดี มีอาจารย์คอยให้คำปรึกษา มีการสนับสนุนจากครอบครัวที่ดี มีผู้ให้การช่วยเหลือใส่ใจซึ่งกันและกัน ในอีกด้านหนึ่งตัวเองมีงานอดิเรกที่ชื่นชอบ ปลูกต้นไม้ ออกกำลังกาย ฟังเพลง หรือมีวิชาชีพและการงานที่มีความพึงพอใจ เป็นต้น

          ทั้งนี้ ผศ.ดร.กันตพัฒน์ ได้กล่าวให้คำแนะนำว่า คนทั่วไปสามารถประเมินภาวะซึมเศร้าได้ด้วยตนเองโดยการสังเกตว่าในช่วง 2 สัปดาห์ ที่ผ่านมามีอาการใน 9 ข้อนี้ บ่อยเพียงใด

          1.เบื่อ ทำอะไรๆ ก็ไม่เพลิดเพลิน

          2.ไม่สบายใจ ซึมเศร้า หรือท้อแท้

          3.หลับยาก หรือหลับๆ ตื่นๆ หรือหลับมากไป

         4.เหนื่อยง่าย หรือไม่ค่อยมีแรง

         5.เบื่ออาหาร หรือกินมากเกินไป

         6.รู้สึกไม่ดีกับตัวเอง คิดว่าตัวเองล้มเหลว หรือเป็นคนทำให้ตัวเอง หรือครอบครัวผิดหวัง

         7.สมาธิไม่ดีเวลาทำอะไร เช่น ดูโทรทัศน์ ฟังวิทยุ หรือทำงานท่ีต้องใช้ความตั้งใจ

        8.พูดหรือทำอะไรช้าจนคนอื่นมองเห็น หรือกระสับกระส่ายจนท่านอยู่ไม่นิ่งเหมือนเคย

        9.คิดทำร้ายตนเอง หรือคิดฆ่าตัวตาย

         หากประเมินแล้วพบว่ามีอย่างน้อย 5 ข้อ ถือว่าเข้าสู่ภาวะซึมเศร้าและสามารถที่จะพัฒนากลายเป็นโรคซึมเศร้าได้ โดยในเบื้องต้นแนะนำให้พูดคุยกับเพื่อนและคนในครอบครัว หากไม่ดีขึ้นปรับตัวไม่ดีขึ้นแนะนำให้ไปขอความช่วยเหลือจากทีมผู้รักษาที่จะทำงานกันเป็นทีม ประกอบไปด้วย จิตแพทย์ นักจิตวิทยา พยาบาลจิตเวช นักสังคมสงเคราะห์ นักกิจกรรมบำบัด

ขอขอบคุณภาพจาก : คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ติดตามข้อมูลข่าวสารคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เพิ่มเติมได้ที่ : http://www.socsci.nu.ac.th/th/

และแฟนเพจ : คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร