ม.นเรศวร พร้อมช่วยดูแลดินแดนสมุนไพรภาคเหนือตอนล่าง และทำหน้าที่วิจัยให้ดีที่สุด

          ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กาญจนา  เงารังษี อธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้กล่าวตอนหนึ่งในงานแถลงข่าว สถานการณ์การมีกัญชาในครอบครองเพื่อทำการวิจัย ที่สถานวิจัยเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ว่า “มหาวิทยาลัยนเรศวร มีบทบาทในการสร้างและผลิตคนที่มีคุณภาพเพื่อที่จะออกไปรับใช้สังคมในการทำงานที่จะสร้างคนให้มีคุณภาพต้องอาศัยการวิจัยเป็นฐาน รวมถึงการรับผิดชอบดูแลคุณภาพชีวิตของคน ดูแลสรรพสิ่งทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับการอำนวยความสะดวกและทำให้ชีวิตของคนดีขึ้น

          สำหรับในภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 9 จังหวัด เมื่อจะมีการทำการวิจัยจะต้องคำนึงถึงทรัพยากร ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะนำข้อมูลต่างๆ มาประมวลแล้วกำหนดทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยนเรศวร และพบว่าสิ่งที่เป็นความสำคัญแล้วก็มีประโยชน์อย่างยิ่งกับประชาชนนั้นมหาวิทยาลัยควรจะทำการศึกษาและวิจัยแล้วก็นำผลออกมาให้ได้เป็นนวตกรรม ซึ่งเป็นที่ต้องการของประเทศที่เป็นผลจากการวิจัยใน 4 ด้าน

          ด้านแรก ผลผลิตทางการศึกษาและการวิจัยที่เกี่ยวกับอาหาร สุขภาพ สมุนไพร

          ด้านที่สอง การวิจัยเพื่อให้ได้นวตกรรมที่เกี่ยวกับโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน

          ด้านที่สาม การวิจัยที่เกิดเป็นนวตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์และประวัติศาสตร์

          ด้านที่สี่ การวิจัยและการสร้างนวตกรรมที่เกี่ยวกับพลังงานทางเลือกและพลังงานที่เป็นสมาร์ตกริดเทคโนโลยี

          ทั้งนี้ ในส่วนของประเด็นที่มหาวิทยาลัยนเรศวรรับผิดชอบ และได้รับมอบหมายจากองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ให้มาทำการวิจัยศึกษาดูคุณภาพนั้นเป็นเรื่องของสมุนไพร ซึ่งคณะที่เป็นเจ้าภาพแล้วก็ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าโครงการและดูแลในเรื่องของการวิจัยเกี่ยวกับสมุนไพรนั้นมหาวิทยาลัยได้มอบหมายให้คณะเภสัชศาสตร์ เป็นเจ้าภาพ

          มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับเกียรติจากหน่วยงานต่างๆ ของประเทศ อาทิ สวก. วช. ให้ทำการวิจัยเกี่ยวกับสมุนไพรที่ประเทศมีความสนใจแล้วก็ทั้งโลกมีความสนใจอยู่คือ กัญชง กัญชา ซึ่งมหาวิทยาลัยนเรศวรได้รับอนุญาตให้ครอบครองกัญชามาเพื่อที่จะใช้ในการทำวิจัย โดยการวิจัยคณะเภสัชศาสตร์และทีมงานซึ่งเกิดจากความร่วมมือของหลายๆ คณะในมหาวิทยาลัยนเรศวร และเครือข่ายที่เป็นสถาบันอุดมศึกษาในภูมิภาคเหนือตอนล่างทั้ง 9 จังหวัดด้วย ซึ่งก็เป็นทิศทางที่มหาวิทยาลัยนเรศวรคงจะต้องทำให้ดีที่สุด และมองว่าในภาคเหนือตอนล่างนั้นเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ เป็นดินแดนของสมุนไพร ดังนั้น มหาวิทยาลัยจะต้องมีหน้าที่รับผิดชอบช่วยกอบกู้และรักษาดูแลทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรใดๆก็ตาม ที่ทั้งโลกกำลังต้องการอยู่ในขณะนี้ให้สามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืน และก็ได้ผลผลิตที่เกิดจากผีมือของคนไทยด้วยกัน” ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กาญจนา กล่าว