เตือนผู้ปกครองต้องนำบุตรหลานอายุ 9 – 12 เดือน ไปรับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดอย่างเคร่งครัด

สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 2 พิษณุโลก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เตือนผู้ปกครองต้องนำบุตรหลานอายุ 9 – 12 เดือน ไปรับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดอย่างเคร่งครัด เนื่องจากเป็นช่วงอายุที่ภูมิคุ้มกันในร่างกายเด็กเล็กจากแม่หมดลงอาจทำให้เสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังจากติดเชื้อโรคหัดซึ่งทำให้เสียชีวิตได้

          นายแพทย์วิทยา หลิวเสรี ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 2 จังหวัดพิษณุโลก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า โรคหัดที่มีภาวะแทรกซ้อนพบมากในเด็กเล็กอายุตั้งแต่ 6 เดือน – 9 ปี  ประเทศไทยมีวัคซีนให้เด็กเล็กทุกคนได้รับการฉีดวัคซีนป้องกัน

          สำหรับโรคหัดเป็นโรคติดต่อระบบทางเดินหายใจ เกิดจากเชื้อไวรัสหัด โดยเชื้อจะอยู่ในละอองเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย ทำให้โรคนี้ติดต่อได้ง่ายโดยการไอ จาม รดกัน ผู้ป่วยจะมีอาการไข้ น้ำมูกไหล ไอ ตาแดง ตาแฉะ และมีผื่นขึ้นเป็นปื้นบริเวณหน้าชิดขอบไรผม แล้วแพร่กระจายไปตามลำตัว แขน ขา บางรายมีอาการแทรกซ้อนในระบบทางเดินหายใจ เกิดหลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ ระบบทางเดินอาหารเกิดอุจจาระร่วงจากลำไส้อักเสบ และที่สำคัญระบบประสาทเกิดสมองอักเสบ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต แต่หากรอดชีวิตผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการโรคลมชักและสติปัญญาด้อยลง

          ดังนั้น ขอแนะนำให้ผู้ปกครอง ต้องพาบุตรหลานที่มีอายุ 9 – 12 เดือน ไปรับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดให้ครบตามนัด ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล  (รพ.สต.) หรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน โดยครั้งแรกเมื่อเด็กอายุ 9 – 12 เดือน และครั้งที่ 2 เมื่อเด็กอายุ 6 ปี นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้เด็กเล็กไปสัมผัส ไปคลุกคลีกับผู้ป่วย สอนให้เด็กล้างมือทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร หรือหลังสัมผัสกับสิ่งของที่อาจสัมผัสกับน้ำมูก น้ำลายผู้ป่วย เช่น ลูกบิดประตู ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว ช้อน แก้ว เป็นต้น  หากมีอาการป่วย หรือสงสัยเป็นโรคหัดควรรีบไปพบแพทย์ หยุดเรียน หยุดงาน เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อโรคหัดดังกล่าว หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422

“พาลูกหลานไปรับวัคซีนให้ครบ ตามกำหนด ห่างไกลโรคหัดแน่นอน”