จังหวัดพิษณุโลกออกประกาศเกณฑ์การรับซื้อข้าวเปลือก ในราคาที่เป็นธรรม

 

          นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า ด้วยขณะนี้ผลผลิตข้าวเปลือก ปีการผลิต 2561/62 จังหวัดพิษณุโลก ได้เริ่มเก็บเกี่ยวและทยอยออกสู่ตลาดและจะออกสู่ตลาดมากในช่วงตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561 เพื่อเป็นการป้องกันมิให้ผู้ประกอบการค้าข้าวฉวยโอกาสรับซื้อผลผลิตในราคาที่ไม่เป็นธรรม ป้องกันการถูกเอารัดเอาเปรียบในการขายข้าวเปลือกของเกษตรกร ในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาด จังหวัดพิษณุโลกจึงออกประกาศดังต่อไปนี้

          (1) โรงสี/ท่าข้าวทุกแห่ง ต้องปิดประกาศแสดงราคารับซื้อต่อหน่วย/ปิดป้ายแสดงการคิดค่าบริการชั่งน้ำหนักและปิดป้ายแสดงการหักสิ่งเจือปนไว้ ณ สถานที่รับซื้อหรือบริเวณใกล้เคียงที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน

                1) การกำหนดราคารับซื้อข้าวเปลือกของผู้ประกอบการรับซื้อข้าวเปลือกต้องระบุราคารับซื้อตามมาตรฐานความชื้นในแต่ละชนิดข้าวที่รับซื้อให้ชัดเจน โดยกำหนดราคาความชื้นไม่เกินร้อยละ 15 สำหรับข้าวเปลือกทั่วไป และความชื้นที่ร้อยละ 25 สำหรับข้าวเปลือกเกี่ยวสด

               2 ) การหักน้ำหนักเนื่องจากมีสิ่งเจือปนในข้าวเปลือกที่นำมาจำหน่าย ห้ามมิให้ผู้ประกอบการที่รับซื้อข้าวเปลือกหักลดน้ำหนักสิ่งเจือปนไม่เกินร้อยละ 2 ของน้ำหนัก แต่ในกรณีที่มีสิ่งเจือปนเกินกว่าร้อยละ 2 สามารถหักลดน้ำหนักได้ โดยให้สิ่งเจือปนจากที่วัดได้มาหักด้วยร้อยละ 2 เหลือเท่าใดให้คำนวณหักลดน้ำหนักได้ไม่เกินเปอร์เซนต์ละ 10 กิโลกรัมต่อเมตริกตัน ทั้งนี้ หากมีโรงสี/ท่าข้าว หักสิ่งเจือปน 2 % อัตโนมัติและแสดงในใบชั่งน้ำหนัก โดยออกจากโปรแกรมการชั่งน้ำหนัก ถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 มาตรา 25 (3) มีโทษตาม มาตรา 37 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ หากผู้ประกอบการรายใดฝ่าฝืนจะมีความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 มาตรา 28 ประกอบกับมาตรา 40 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท

         (2) กำหนดราคาข้าวเปลือกอย่างเป็นธรรม เหมะสม และสะท้อนกลไกราคาตลาดไม่ปฎิเสธหรือชะลอการรับซื้อโดยไม่มีเหตุอันควร

         (3) ให้ผู้ประกอบการใช้เครื่องชั่ง และเครื่องวัดความชื้นที่มีการรับรองจากสำนักงานสาขาชั่งตวงวัด กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และคำรับรองยังไม่สิ้นสุดอายุ หากผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกิน 20,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

         (4) ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการตาชั่ง ตวง หรือวัดต้องได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจในการให้บริการชั่งตาม พ.ร.บ. ชั่งตวงวัด พ.ศ.2542 สำนักงานสาขาชั่งตวงวัด 1 – 4 พิษณุโลก หากผู้ประกอบการไม่ปฎิบัติตาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

         สำหรับเกษตรกรพึงระวังในการขายข้าว

        (1) ต้องขายข้าวกับท่าข้าวหรือโรงสีที่จ่ายค่าข้าวเป็นเงินสดและได้รับเงินทันทีเมื่อส่งมอบข้าวเปลือกให้แก่ท่าข้าวหรือโรงสี ไปขายข้าวเอง ได้ราคายุติธรรมแน่นอน

        (2) ต้องพึงระวังไม่ควรขายข้าวกับผู้ที่รับซื้อข้าวที่ให้ราคาสูงกว่าท้องตลาดมากเกินไปจนผิดปกติ

        (3) เกษตรกรควรเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าว เมื่อครบตามอายุพันธุ์ ระยะเกี่ยวข้าวที่ดีที่สุด คือ ระยะพลับพลึง (นับจากวันที่ข้าวออกดอกแล้วไปอีก 28 – 30 วัน และบริเวณโคนรวงข้าวมีเมล็ดสีเขียวเหลืออยู่ 1 – 2 เมล็ด เป็นช่วงที่ข้าวเต็มเมล็ด ขัดสีดี ราคาดี ) และก่อนนำข้าวไปขายให้ลดความชื้นข้าวก่อนโดยตาก 1 แดด ความชื้นจะลดลง เกี่ยวข้าวช่วงเวลาที่เหมาะสม ได้ข้าวคุณภาพดี ราคาดีแน่นอน

        ทั้งนี้เกษตรกรสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1569 กรมการค้าภายใน หรือที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพิษณุโลก โทร. 055-252680

ขอขอบคุณ : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิษณุโลก