กระทรวงเกษตรฯและมหาดไทย เร่งทำความเข้าใจเกษตรกร 33 จังหวัด แล้งปีนี้ขอเว้นทำนาปรัง 2 ล้านไร่ แนะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ รับรองราคา มีผู้รับซื้อ พร้อมสั่งชลประทานจัดสรรน้ำให้พอ 4 เดือนตลอดฤดูกาล

       ที่ห้อง POC ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก นายบำรุง รื่นบรรเทิง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมผ่านระบบวีดีโอ คอนเฟอร์เรนซ์ส์ จากกรมป้องกันสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย โดยมีนายกฤษฏา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุม เพื่อร่วมรับฟังการชี้แจงโครงการสานพลังประชารัฐ เพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา ในช่วงหน้าแล้งที่จะถึงนี้

       นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่าได้สั่งการให้กรมชลประทาน และกรมฝนหลวงการบินเกษตรปรับระบบการรายงานสถานการณ์น้ำใหม่ เพื่อสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนมากขึ้น อาทิ ปริมาณน้ำในแหล่งน้ำที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อทราบปริมาณคงเหลือหากเกิดภัยแล้ง การปฏิบัติการฝนหลวงทั้ง 9 สถานี ในแต่ละครั้ง สามารถเพิ่มปริมาณน้ำได้จำนวนเท่าใด ทั้งนี้ได้ปรับแผนลดพื้นที่ทำนาปรังเป้าหมาย 2 ล้านไร่ในโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา เพื่อให้เกษตรกรหันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อย เช่น พืชตระกูลถั่ว ผักข้าวโพด ซึ่งได้ดำเนินการสำรวจเกษตรกรครบเรียบร้อยแล้ว โดยสนับสนุนสินเชื่อเพื่อปัจจัยการผลิตให้เกษตรกร ไร่ละ 2,000 บาท ไม่เกิน 15 ไร่ ดอกเบี้ย ร้อยละ 0.01 เป็นระยะเวลา 6 เดือน และสินเชื่อเพื่อสนับสนุนสถาบันเกษตรกรเพื่อรวบรวมผลผลิต ดอกเบี้ย ร้อยละ 1 ระยะเวลา 6 เดือน พร้อมทั้งประสานภาคเอกชนเข้ามารับซื้อผลผลิตในราคาที่เป็นธรรม รวมถึงการประกันความเสี่ยงให้กับเกษตรกรเมื่อประสบภัยพิบัติ โดยรัฐสนับสนุนเบี้ยประกันภัย 65 บาทต่อไร่ ให้กับเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการฯ หากเกษตรกรได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติจะได้รับการชดเชยไร่ละ 1,500 บาท ตลอดจนได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรเจรจากับสมาคมผู้ประกอบการอาหารสัตว์สมาคมพืชไร่ เพื่อวางระบบการรับซื้อก่อนเริ่มโครงการด้วย

      นอกจากนี้ได้สนับสนุนให้เกษตรกรลดพื้นที่ปลูกข้าวโพดในพื้นที่ที่ผิดกฎหมาย โดยให้ปลูกในเขตชลประทาน ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติโครงการฯในพื้นที่ 33 จังหวัด เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือทั้งการหาที่รับซื้อและการประกันราคา โดยมีกรมส่งเสริมสหกรณ์เข้ามามีบทบาทให้เกษตรกรรวมกลุ่มกันจำหน่ายเพื่อหาที่รับซื้อได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตามมั่นใจโครงการฯ มีความสำเร็จไม่น้อยกว่าร้อยละ 60