ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ รพ.มหาวิทยาลัยนเรศวร คว้ารางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2561

 

       เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2561 ที่ผ่านมา รศ.นพ.ศิริเกษม ศิริลักษณ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ และ รศ.พญ.รสสุคนธ์ คชรันต์ รองคณบดีฝ่ายการแพทย์ พร้อมด้วยทีมงาน คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร เข้ารับรางวัลเลิศรัฐ สาขาบริการภาครัฐ ประเภทพัฒนาการบริการระดับดี โดย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานมอบรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2561 ณ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี

       รางวัลเลิศรัฐ ถือว่าเป็นรางวัลแห่งเกียรติยศ ที่แสดงถึงความเป็นเลิศของหน่วยงานภาครัฐในการทำงานเพื่อบริการ และสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนในด้านต่างๆ โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) จะมีการมอบรางวัลเลิศรัฐ ให้กับหน่วยงานภาครัฐที่มีผลงานโดดเด่นและผ่านเกณฑ์การพิจารณาเป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้มีผลงานที่ส่งเข้ารับการพิจารณาในสาขาบริการภาครัฐ ทั้งหมด 336 ผลงานจากทั่วประเทศ และมีเพียง 186 ผลงานเท่านั้นที่ได้รับรางวัล ซึ่งภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ก็ได้คว้ารางวัลเลิศรัฐ สาขาบริการภาครัฐ ประเภทพัฒนาการบริการระดับดีจากผลการดำเนินงานของเครือข่ายดวงตาเชิงรุก สำหรับผู้ป่วยภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งนับว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ของ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ได้รับรางวัลเลิศรัฐจากการดำเนินงานในส่วนต่างของคณะ และโรงพยาบาลเครือข่ายดวงตาเชิงรุก สำหรับผู้ป่วยภาคเหนือตอนล่าง เกิดขึ้นเพื่อพยายามแก้ไขปัญหาขาดแคลนผู้บริจาคดวงตา เพื่อใช้ในการปลูกถ่ายรักษาผู้ป่วยโรคกระจกตาพิการต่างๆ ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ซึ่ง รพ.มหาวิทยาลัยนเรศวรเป็น รพ.แห่งเดียวเท่านั้นในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างที่สามารถผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตาได้ จึงได้มีการดำเนินงานเครือข่ายดวงตาเชิงรุกอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนผู้บริจาคดวงตา และช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วและมีตัวเลขผู้ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาเพิ่มมากขึ้น โดยดำเนินงานผ่าน 3 แนวทางการแก้ปัญหา คือ

  1. พัฒนารูปแบบการจัดเก็บดวงตาแบบรวมศูนย์ โดยทุกโรงพยาบาลในเขตภาคเหนือตอนล่าง และโรงพยาบาลจังหวัดรอยต่อในเขต 3 (พิจิตร กำแพงเพชร) จัดทีมเจรจา จัดเก็บดวงตา รวมถึงการวางแผนระบบเจ้าหน้าที่เพื่ออยู่เวรทดแทนกัน เพิ่มโอกาสในการได้ดวงตามากขึ้น

  2. ริเริ่มแนวคิดการใช้ประโยชน์จากกระจกตาอีกข้างหนึ่งของผู้รับบริจาคที่เป็นโรคเดียวกัน และไม่ส่งตรวจชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยาลดการสูญเสียเนื้อเยื่อกระจกตานั้นทิ้งไป เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ต่อ ซึ่งวิธีนี้ยังไม่เคยมีเครือข่ายใดบริหารจัดการเช่นนี้

  3. มีการฝึกฝน และพัฒนาการผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตาแบบแยกชั้น หรือบางชั้น เพื่อทดแทนความขาดแคลนผู้บริจาคดวงตาของประเทศไทย โดยมีการไปอบรมเทคนิคการผ่าตัดจากทั้งใน และต่างประเทศ ทำให้กระจกตาของผู้บริจาค 1 ราย สามารถใช้ได้กับผู้ป่วยโรคกระจกตาตามระดับชั้นได้มากกว่า 1 ราย

       ซึ่งทั้ง 3 แนวทางถูกดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ตัวเลขผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายกระจกตาเพิ่มขึ้นจากเดิม โดยในปี พ.ศ. 2558 มีผู้ได้รับการผ่าตัด จำนวน 11 ราย , ปี 2559 จำนวน 18 ราย และเพิ่มเป็นจำนวน 30 รายในปี พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา รวมถึงยังส่งผลดีในด้านการลดระยะการรอคอยดวงตาเพื่อผ่าตัดของผู้ป่วย และการใช้ประโยชน์จากกระจกตาอย่างคุ้มค่าที่สุดด้วย โดยนอกจากนี้ภาควิชาจักษุวิทยายังวางแผนที่จะขยายรูปแบบการดำเนินงานในลักษณะนี้ เพื่อเป็นต้นแบบต่อไปให้กับโรงพยาบาล และหน่วยงานอื่นๆ เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับผู้ป่วยที่มีปัญหาโรคกระจกตาพิการต่างๆ ในภาพรวมให้ได้มากที่สุด

ไปที่ลิงค์ http://www.med.nu.ac.th/fom/th/fomMain.php?mod=viewInfoDetail&nID=6776

ข่าว/ภาพ : วราชัย ชูสิงห์

งานประชาสัมพันธ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร